Flexible Benefits อีกสิ่งควรรู้เพื่อประกอบการตัดสินใจเข้าทำงาน

การให้สวัสดิการที่สอดคล้องกับความต้องการของคนในองค์กรที่มีความหลากหลายในปัจจุบันทำให้ดึงดูดผู้ที่กำลังหางานได้มากขึ้น เพราะคนเดี๋ยวนี้หางานที่สามารถทำให้การใช้ชีวิตของเขาดีขึ้น การกำหนดสวัสดิการแบบยืดหยุ่นหรือ Flexible Benefits จะช่วยทำให้ดึงดูผู้หางานที่ตรงความต้องการขององค์กรมากขึ้น Flexible Benefits เรามาดูรูปแบบของ กันสิว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง

รูปแบบแรก

ใครชอบแบบไหนเลือกได้ตามต้องการ  เช่น พนักงานที่อยู่ในวัยกลางคนมีครอบครัวก็ไม่อยากไปเที่ยวกับองค์กรเพราะเอาครอบครัวไปไม่ได้ ก็สามารถขอใช้สวัสดิการรูปแบบอื่นได้  เด็กรุ่นใหม่ที่ชอบการท่องเที่ยวแบบลุยๆก็ไม่จำเป็นต้องใช้สิทธิไปเที่ยวเป็นกลุ่มกับองค์กรแต่รับสวัสดิการรูปแบบอื่น เช่น เข้าคอร์สเรียนภาษา คอร์สการถ่ายภาพ ทดแทนได้

สวัสดิการ การทำงาน

รูปแบบที่สอง

ทำให้รู้ว่าองค์กรแคร์พนักงาน ด้วยเรื่องง่ายๆ  เช่น  ส่งพนักงานไปทำความสะอาดใหญ่ที่บ้านของพนักงานปีละ 1 – 2 ครั้งตอบโจทย์คนทำงานที่ไม่ค่อยมีเวลาดูแลบ้าน ให้คุณพ่อลดคลอดได้ ให้พาลูกมาเลี้ยงที่ทำงานได้ โดยมีสถานที่สำหรับเด็กเล็กมีพี่เลี้ยงและให้เวลาพ่อมาในการทำกิจกรรมร่วมกับลูกในที่ทำงาน บางคนที่ไม่มีลูกก็สามารถนำสัตว์เลี้ยงมาที่องค์กร การมีสัตว์เลี้ยงอยู่ใกล้ๆมีผลต่อการทำงานที่ดีขึ้นของพนักงาน  น้องหมาน้องแมวจึงสามารถมาที่ทำงานได้ โดยไม่รบกวนพนักงานคนอื่น

รูปแบบที่สาม

อะไรไม่เคยทำแต่คนอยากได้ก็หามาให้ซะ เช่นเรื่องของความสวยความงาม ถ้าคุณทำให้พนักงานรู้สึกได้รับการดูแลเรื่องนี้ เขาจะมีใจในการทำงานมากขึ้นเลยทีเดียว ทำได้ง่ายๆเช่น ให้บริการสระผมทำผมฟรีที่ออฟฟิต หรือให้ของขวัญแก่ผู้ที่สะสมคะแนนตรงตามที่องค์กรกำหนดไว้เป็นบัตรกำนัลเกี่ยวกับการไปทำความสวย อย่าง สปาอาบน้ำแร่แช่น้ำนม  นวดผ่อนคลายนวดหน้า ทำทรีตเม้น

รูปแบบที่สี่

มากกว่าการให้ความสบายทางกายก็ไม่ลืมที่จะบำบัดจิตใจของพนักงาน  โดยมีการให้บริการที่ปรึกษาแก่พนักงานทั้งเรื่องปัญหาการทำงาน ปัญหาชีวิต ปัญหาการเงิน การวางแผนทางการเงิน เน้นให้อยู่ดีมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง มีทั้งบริการฝังเข็ม ทำกายภาพบำบัด ตรวจสุขภาพกายและใจ

รูปแบบที่ห้า

เปิดโอกาสให้พนักงานจะได้ใช้ชีวิตออกไปเปิดหูเปิดตาท่องโลกกว้าง ลาพักผ่อนได้แบบเต็มที่ สะสมวันลามาใช้ได้ เงื่อนไขของการลามีทั้งรับเงินเดือนและไม่รับเงินเดือน การให้พนักงานได้หยุดชาร์ตแบตให้ตัวเองบ้างจะทำให้ไฟการทำงานของเขามีมากขึ้น

วันนี้องค์กรของคุณจัดให้มี   Work-Life Balance  และมี Flexible Benefits  แล้วหรือยังองค์กรทั่วโลกกำลังตื่นตัวในเรื่องนี้ และเป็นผลดีในการดึงดูดคนหางาน และรักษาพนักงานเก่าได้เป็นอย่างดี ลองนำไปปรับใช้ดูน่าจะเกิดผลดีกับองค์กรของคุณแน่ๆ

Please follow and like us:

ต่อสู้อย่างไรในสงครามสรรหาคนเก่ง เพื่อให้ได้ผู้สมัครงานที่ตรงความต้องการขององค์กร

การสรรหาผู้สมัครงานที่เหมาะสมกับตำแหน่งงานที่ว่างให้ได้รวดเร็วที่สุด เพื่อลดค่าใช้จ่ายและให้ทันต่อการใช้งานเป็นความท้าทายขององค์กรเป็นอย่างมากยิ่งในสถานการณ์ที่องค์กรต่างก็แข่งขันสรรหาผู้สมัครงานที่เป็นคนเก่งมาร่วมงาน แบบนี้แล้วองค์กรจะรับมืออย่างไร

การสร้างแรงดึงดูดให้คนเก่งวิ่งเข้ามาหาองค์กรเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่องค์กรยุคใหม่ควรนำไปพิจารณาวิธีการแบบนี้คล้ายกับการทำมาร์เก็ตติ้ง ตำแหน่งงานว่างคือสินค้า ผู้สมัครงานคือลูกค้า หากคุณรู้ว่าองค์กรต้องการคนแบบไหนละคุณสามารถที่จะเข้าถึงคนกลุ่มนี้ได้โดยนำเสนอภาพลักษณ์องค์การ   แผนการดูแลและพัฒนาบุคลากร  และสื่อสารข้อมูลเหล่านี้ไปยังผู้สมัครงาน

ประกาศรับสมัครงาน

สร้างแรงจูงใจจากค่าตอบแทนและสวัสดิการ

กำหนดค่าตอบแทนและสวัสดิการให้สูสีกับบริษัทอื่น ๆ ในแวดวงเดียวกัน โอกาสที่ผู้สมัครคุณสมบัติดี ๆ จะสนใจก็ย่อมมีมากขึ้น ในส่วนนี้ต้องศึกษาให้ดีว่าองค์กรของคุณมีความสามารถจ่ายได้เพียงใดแต่ถ้าจ่ายได้ต่ำกว่ามาตรฐานทั่วไป ตำแหน่งงานของบริษัทก็อาจจะถูกมองข้ามไปเลยก็ได้

ลงประกาศตรงกลุ่มเป้าหมาย

ประกาศรับสมัครที่สื่อสารออกไปยังหางาน ต้องทำผ่านสื่อที่เข้าถึงได้ง่าย เช่นการประกาศสมัครงานผ่านทางออนไลน์ โดยต้องดูผ่านสมาร์ทโฟนได้ ใช้ Social network ให้เป็นประโยชน์ข้อมูลลงประกาศต้องชัดเจน ครบถ้วน และถูกต้องทั้งบ่งบอก เนื้องานและผลตอบแทน ทำรูปแบบของประกาศรับสมัครงานให้น่าสนใจ ออกแบบให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย ระบุข้อความที่เชิญชวนและทำให้รู้ว่าคุณกำลังสรรหาคนที่จะมาร่วมสร้างสรรค์องค์กร

หากบริษัทของคุณมี Facebook page รวมทั้ง Social network อื่น ๆ ก็จงใช้เป็นช่องทางในการประกาศรับสมัครงานและสื่อสารภาพลักษณ์ขององค์กร วิธีการนี้สามารถทำได้โดยให้พนักงานขององค์กรสื่อสารข้อดีขององค์กรออกไปอย่างไม่เป็นทางการ

เข้าร่วมโครงการคัดสรรบุคลากรกับหน่วงงานต่างๆ

การเข้าไปสรรหาผู้สมัครและคนที่เหมาะกับการมาร่วมงานกับองค์กรจากสถาบันการศึกษาโดยตรง เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่คุณสามารถจองตัวคนเก่งได้ โดยสามารถทำได้ด้วยการเป็นผู้สนับสนุนกิจกรรมต่าง ๆ ของสถานศึกษา  การจัดมอบทุนการศึกษาแก่นักศึกษา ยังช่วยในเรื่องภาพลักษณ์องค์กรอีกด้วย

คัดสรรจากบุคลากรที่พัฒนาได้

มองหาพนักงานใหม่จากกลุ่มเด็กฝึกงานที่มีแวว  เป็นประโยชน์ทั้งกับตัวนักศึกษาและองค์กรที่สามารถประเมินผลงานการทำงานจริงๆ การยื่นข้อเสนอการจ้างงานต่อกับเด็กกลุ่มนี้ทำให้ลดขั้นตอนการคัดเลือกลงไปไก้มาก

อีกหนึ่งทางเลือกในการหาคนเก่งมาทำงานให้ทันเวลา และมั่นใจได้ว่าจะเป็นคนที่มี DNA เดียวกับองค์กรคือ การใช้บริการมืออาชีพจะช่วยลดความยุ่งยาก และองค์กรสามารถคัดเลือกคนที่มีคุณสมบัติเบื้องต้นที่ผ่านเกณฑ์ได้ง่ายขึ้น

สมัยนอกจากคุณวิ่งเข้าหางาน องค์กรเองก็ต้องวิ่งหาคนเก่งเพื่อจีบให้มาทำงานด้วย การที่องค์การทำตัวให้เนื้อหอมก็ยิ่งจะทำให้เจอเนื้อคู่ที่จะมาร่วมงานที่เหมาะสมมากขึ้น ดังนั้นองค์กรต้องใส่ใจในรายละเอียดของข้อมูลที่ให้และรูปแบบที่ใช้ในกระบวนการสรรหาผู้สมัครงานให้มาก และต้องตอบโจทย์โลกของการแข่งขันในสงครามสรรหาคนเก่งในยุคปัจจุบัน

Please follow and like us: