โลกการทำงานแห่งอนาคตเมื่อ AI และ คน ทำงานร่วมกัน

มีกระแสว่าหุ่นยนต์จะเข้ามาแย่งงานคน และเกิดการตกงานจะเกิดขึ้นในอนาคต หลายอาชีพจะถูกหุ่นยนต์เข้ามาแย่งงานทำ ได้ยินได้ฟังแบบนี้แล้วคนทำงานหลายคนก็คงมีอคติกับ ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI)  หรือ หุ่นยนต์ แต่ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีไม่ใช่ผู้ร้าย คนที่กำลังหางานไม่ต้องกังวลไป เพราะแท้จริงแล้ว AI และ คน ทำงานร่วมกันได้ ถ้าเรารู้จักนำจุดแข็งของหุ่นยนต์มาใช้อย่างเหมาะสม ก็จะเป็นการช่วยส่งเสริมการทำงานให้มีประสิทธิภาพได้มากทีเดียว

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดในปัจจุบัน คือ อาชีพด้านบริการ อาชีพเฉพาะทาง และอาชีพให้คำปรึกษา  ต่อไปหากคุณไปสมัครงาน อาจถูกถามด้วยคำถามที่ว่า คุณสามารถทำงานร่วมกับ AI ได้หรือไม่ ก็น่าคิดสำหรับผู้สมัครงานในยุคนี้ไม่น้อยว่าถ้าเพื่อนร่วมงานของคุณคือ AI คุณจะรู้สึกอย่างไร

เพื่อให้รู้จักการทำงานของ AI เรามาดูกันดีกว่าว่า AI เข้ามาช่วยงานอะไรในอาชีพต่างๆ น่าจะทำให้เราได้เริ่มเรียนรู้ว่าเราจะอยู่ร่วมกับ AI ในโลกการทำงานได้อย่างไร

สำหรับอาชีพเฉพาะทาง  เช่น  แพทย์ เป็นอาชีพที่ต้องอาศัยประสบการณ์ความรู้ของมนุษย์ ปัจจุบันมีการนำหุ่นยนต์เข้ามาช่วยด้านการผ่าตัด โดยมีความแม่นยำ และเสถียรมากกว่ามือมนุษย์ ลดอาการเจ็บปวดให้ผู้ป่วยและเพิ่มโอกาสการรักษาได้มากขึ้น โดยหุ่นยนต์นั้นสามารถทำงานร่วมกับทีมศัลยแพทย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็วขึ้น การที่หุ่นยนต์เข้ามาช่วยก็ทำให้ ตัดปัญหาอาการสั่นเกร็งเนื่องจากความล้าหากการผ่าตัดที่ใช้เวลานานได้  อย่างไรก็ตามในการผ่าตัดที่มีความเสี่ยงสูง ก็ยังต้องการการตัดสินใจจากแพทย์อยู่

ส่วนอาชีพด้านบริการ ทุกวันนี้แนวโน้มการใช้งานหุ่นยนต์ในภาคบริการ เช่น พนักงานยกกระเป๋าในโรงแรม พนักงานเสริฟ พนักงานส่งของ ทำไมจึงให้หุ่นยนต์ ก็เพราะสามารถทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมงโดยไม่ต้องเปลี่ยนกะด้วย ไม่หงุดหงิด เป็นการทุ่นแรงงานมนุษย์ ทำให้พนักงานมีเวลาทำงานที่สร้างคุณค่าให้กับองค์กรมากขึ้น  ส่วนงานบริการที่ต้องมีการตอบคำถามที่ซับซ้อนและเป็นคำถามที่ไม่ตายตัว  มนุษย์ก็ยังต้องเป็นผู้ตอบคำถามและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นแก่ลูกค้า

สำหรับสายงานด้านการให้คำปรึกษานั้น www.jobtopgun.com ทุกวันนี้มีการพัฒนาหุ่นยนต์ที่จะช่วยให้คำปรึกษาด้านการลงทุนผ่านซอฟต์แวร์การวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูง เพื่อแนะนำให้นักลงทุนจัดสรรเงินลงทุนในสินทรัพย์ต่าง ๆ แต่ยังไม่สามารถให้คำแนะนำในเรื่องการวางแผนการเงินด้านอื่น ๆ ได้ เช่น ประกัน หรือการวางแผนมรดก

และในปัจจุบันก็ไม่ต้องกลัวว่ามนุษย์จะหมดความสำคัญเพราะมนุษย์ยังเหนือกว่าหุ่นยนต์ในเรื่องการทำงาน  เพราะมนุษย์มี ทักษะความคิดสร้างสรรค์ (Creative Thinking) ทักษะทางสังคม (Social Skills) และ ทักษะทางอารมณ์ (Emotional Intelligence)  ดังนั้นแทนที่จะอคติกับการใช้เทคโนโลยีจงเรียนรู้ที่จะใช้และนำมาสร้างประโยชน์ให้กับการทำงานจะดีกว่า

Please follow and like us: