รู้จักคำถามวัดแรงจูงใจ รู้ทันผู้สัมภาษณ์

นอกจากการวัดความสามารถ ทักษะ ความพร้อมในการทำงานแล้ว สิ่งหนึ่งที่ผู้สมัครงานต้องเจอคือคำถามวัดแรงจูงใจในการทำงาน หลายๆองค์กรให้คะแนนในส่วนนี้มากพอๆกับคะแนนความสามารถเพราะคนที่ไม่เก่งมากแต่มีแรงจูงใจที่ดีในการทำงานก็สามารถพัฒนาตัวเองได้ หากคุณคือหนึ่งในผู้สมัครงานที่กำลังจะไปสัมภาษณ์งาน มารู้จักคำถามวัดแรงจูงใจ กันเถอะ และจะได้เตรียมตัวให้ดี เพื่อจะตอบคำถามพิชิตใจกรรมการสัมภาษณ์งาน

  1. บอกให้เราฟังถึงประวัติการทำงานของคุณสักหน่อย

คำถามนี้เหมือการถามประวัติทั่วไปแต่มันมีนัยยะบางอย่างอยู่ในคำถามแสนธรรมดานี้ เพราะการพูดคุยถึงประวัติการทำงานที่ผ่านมาของผู้สมัครงานสามารถใช้ประเมินแรงจูงใจของผู้สมัครได้ ระยะเวลาในการทำงานแต่ละบริษัท การเลื่อนตำแหน่ง การย้ายงาน ทั้งหมดนี้กำลังสื่อถึงแรงจูงใจในการทำงาน หากคุณเปลี่ยนงานทุก 6 เดือน ย้ายงานเพราะไม่ชอบรถติด ได้เงินเดือนน้อย แบบนี้คะแนนแรงจูงใจในการทำงานน่าจะถูกหักไปนะ

  1. นอกจากงานที่ทำคุณสนใจเรื่องอะไร หรือ ทำงานอดิเรกเกี่ยวกับอะไร

ขอนี้เป็นการประเมินแรงจูงใจในชีวิต   งานอดิเรก ที่สร้างสรรค์ ให้ผลดีต่อตัวเองและผู้อื่น  การหาความรู้เพิ่มเติม การมีเป้าหมายในชีวิต มีความใฝ่ฝัน พยายามหาโอกาสพัฒนาตนเอง เช่น การอ่านหนังสือ การเรียนภาษา การวิ่งมาราธอน การร่วมกิจกรรมกับกลุ่มที่สนใจ เหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าคุณมีแรงจูงใจในชีวิต หากตอบว่าทำงานก็เหนื่อยแล้ว วันหยุดก็นอน ไปเดินห้าง หรือ ไม่ทำอะไรเก็บเงินอย่างเดียวแบบนี้ก็ดูขาดแรงจูงใจในชีวิตไปสักหน่อย

  1. ที่ผ่านมาคุณเคยเจอกับความล้มเหลวอะไรบ้าง

ข้อนี้กำลังทดสอบทัศนคติ และการรับมือกับอุปสรรคที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ความผิดพลาดพี่ผ่านมาคนที่มีทัศนคติจะเก็บเก็บบทเรียน  ปรับปรุง และพัฒนา และจะไม่เห็นความอุปสรรคเพียงเล็กน้อยเป็นเครื่องใหญ่ และเป็นจุดที่ทำให้เกิดความท้อถอย    คุณอาจบอกถึง อุปสรรคที่ยากลำบากที่สุดที่เคยเผชิญคืออะไร และคุณได้ผ่านมันมาได้อย่างไร หรือในสิ่งที่เขาเคยทำผิดพลาด เขารู้สึกอย่างไร ได้เรียนรู้อะไร และแก้ปัญหานั้นอย่างไร

  1. หากเราไม่สามารถให้เงินเดือนตามที่คุณต้องการ คุณจะว่าอะไรไหม

ผู้ถามอาจถามตามความจริงหรือกำลังทดสอบคุณอยู่ ข้อนี้ตอบให้ดีเพราะอาจจะทำให้คุณเสียโอกาสการได้งานหรืออาจจะทำให้คุณถูกกดเงินเดือน  ถามกลับไปว่าทางองค์การมีความสามารถในการจ่ายเท่าไหร่ และตอบตามความจริงว่าคุณพอใจไหม ด้วยท่าทีสุภาพและให้เหตุผลประกอบ โดยพยายามใช้เหตุผลที่เกี่ยวกับความสามารถของคุณที่เหมาะสมกับเงินเดือนที่คุณต้องการ และให้ความมั่นใจว่าคุณสามารถสร้างประโยชน์ให้องค์กรอย่างคุ้มค่า

จำไว้อีกประการหนึ่งในการตอบคำถามนั้นควรตอบด้วยความจริง และจริงใจ เพราะผู้สัมภาษณ์มืออาชีพย่อมรู้ว่าคุณกำลังโกหกอยู่ ขอให้ลองฝึกตอบคำถามให้ดีและของให้โชคดีกับการสัมภาษณ์งาน

 

HR พิจารณาคัดเลือกพนักงานใหม่ อย่างไร

รู้ทัน HR สมัยนี้เขาใช้หลักการอะไรคัดเลือกพนักงานใหม่

การสมัครงานนั้นต้องรู้เขารู้เรา หากคุณกำลังหางานอยู่แน่นอนว่าหลายคนจะบอกให้คุณเตรียมตัวให้ดี เขียนเรซูเม่ให้ดี เตรียมเอกสารประกอบให้ดี เตรียมตัวในการตอบคำถามสัมภาษณ์ เลือกเครื่องแต่งกายให้ถูกกาลเทศะ ทั้งหมดนั้นเป็นแนวทางในการเตรียมตัวเพื่อการสมัครงานที่ดีมากจงทำต่อไป  แต่คุณลืมอะไรไปไหมว่าคนที่จะทำหน้าที่คัดเลือกคุณเขาก็ต้องมีเกณฑ์ในการพิจารณา จะดีไหมหากเราสามารถศึกษาหลักการในการคัดเลือกพนักงานใหม่ เพื่อที่จะได้นำมาประยุกต์ใช้ในการเตรียมตัว แบบนี้แล้ว ความพร้อมต่อการสมัครงานน่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าจริงไหม

ว่าแล้วก็มาศึกษาดันสิว่า HR เขาใช้หลักการอะไรคัดเลือกพนักงานใหม่  โดยภาพรวมของการคัดเลือกนั้น HR จะมุ่งพยากรณ์ลักษณะนิสัยใจคอของผู้สมัครงานจากพฤติกรรมในอดีตหรือพฤติกรรมในปัจจุบัน โดยจะมีกระบวนการที่จะทำให้รู้ได้ว่าคุณคือผู้สมัครงานที่องค์กรต้องการหรือไม่ดังนี้

  1. HR จะใช้วิธีสังเกตพฤติกรรม (Behavior Observation)  ตั้งแต่เริ่มเข้ามาในองค์กร ตั้งแต่การสอบถาม รปภ. หรือพนักงานต้อนรับ การวางตัวในขณะนั่งรอ  การพูดคุยกับผู้คนรอบข้าง บางครั้งอาจจะมีหน้าม้าแกล้งมาทำหน้าที่นี้เลยก็ได้  เพื่อสังเกตการมีมนุษยสัมพันธ์
  2. เขาจะให้คุณแสดงบทบาทสมมติ (Role Play)  เช่น  การเจรจาต่อรองซึ่งองค์กรได้เตรียมคู่เจรจาไว้ให้เราเรียบร้อยพร้อมกับโจทย์ที่เขาต้องการ    บางตำแหน่งอาจจะให้เราแสดงบทบาทสมมติด้านการนำเสนอ  โดยจะดูทักษะการนำเสนอการสื่อสาร รวมถึงบุคลิกภาพในการนำเสนอ วิธีเหล่านี้สามารถพิสูจน์ได้ว่าผู้สมัครงานมีความสามารถหรือไม่
  3. ใช้กิจกรรมทางสังคมมาเป็นสิ่งกระตุ้นให้คุณแสดงบทบาททางสังคม (Social Role)  เช่น นำผู้สมัครงานไปเข้าแคมป์เพื่อประเมินความสามารถที่ต้องการไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการกำหนดบทบาทของตัวเองต่อสังคม การวางตัวในสังคม ภาวะผู้นำ ความมีน้ำใจ ทัศนคติในการทำงานเป็นทีม ทดสอบความอดทนผู้สมัครงานจะถูกติดตามประเมินตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นเวลาที่อยู่ในกลุ่มเวลาที่อยู่ในที่พักหรือแม้กระทั่งเวลารับประทานอาหาร ยิ่งในตำแหน่งผู้บริหารอาจจะถูกเชิญไปทั้งครอบครัว เพื่อดูลึกไปถึงพฤติกรรมและความสัมพันธ์ของครอบครัว
  4. การสัมภาษณ์เชิงลึก (Depth Interview)  สิ่งนี้เป็นการสัมภาษณ์ที่เราคุ้นเคยกันแต่เทคนิคของกรรกมารสัมภาษณ์แต่ละคนนั้นจะต่างกันออกไปแล้วแต่ประสบการณ์ การสัมภาษณ์แบบนี้มุ่งเน้นการเจาะลึกถึงพฤติกรรมในอดีตที่เคยเกิดขึ้น โดยขอให้เล่าให้ฟังว่า เหตุการณ์ที่เคยเจอมาคืออะไร และกรรมการสัมภาษณ์งานมักจะบันทึกการสัมภาษณ์แบบนี้ โดยใช้เทคนิค  STAR คือ   Situation หมายถึง เหตุการณ์อะไร เมื่อไหร่

Task หมายถึง งานอะไร   Action หมายถึง การกระทำของเราที่เกิดขึ้นมาแล้วในอดีต   Results หมายถึง ผลที่เกิดจากการกระทำของเราในเหตุการณ์นั้น ๆ

ลองศึกษาข้อมูลข้างต้นให้ดีและนำไปปรับใช้  การเตรียมตัวสู่การคัดเลือกเข้าทำงานจงทำให้ดีที่สุด และมากกว่าการแข่งกับตัวเองคุณกำลังถูกเปรียบเทียบกับผู้สมัครงานรายอื่นๆ ดังนั้นทำให้สุดความสามารถ

 

คนไอที งานเยอะ เลิกดึก ทำยังไงให้ทำงานอย่างมีความสุข

ตลาดแรงงานเปิดรับผู้สมัครงานเกี่ยวกับไอที เยอะมาก เพราะเป็นตำแหน่งงานสำคัญที่ได้รับความนิยมและได้รับความสนใจจากทุกองค์กร  จึงมีคนสนใจเข้ามาทำงานในด้านนี้กันไม่น้อยทั้งเด็กจบใหม่ คนมีประสบการณ์  คนจบตรงสาย คนจบไม่ตรงสาย    แต่  หนึ่งสิ่งที่คนไอทีต้องเผชิญ คือ การทำงานในหน้าที่นี้มักต้องทำงานแบบไม่เป็นเวลา ถ้าหวังว่าจะเข้างาน 9.00 น. เลิกงาน 17.00 น. คุณอาจไม่เหมาะกับการสมัครงานในตำแหน่งงานนี้  อยากบอกว่าหากต้องการสมัครงานเกี่ยวกับงานไอทีต้องรับกับงานที่หนักและอดทนต่อความเหนื่อยและการทำงานไม่เป็นเวลาให้ได้

การทำงานในสภาวะแบบนี้ย่อมทำให้เกิดความเครียดได้แน่ๆ อย่างนี้แล้วคนไอทีก็ต้องตั้งรับให้ดี เริ่มที่การปรับทัศนคติ  อย่ามองว่า  คุณคือกรรมกรไอที  หรือ กรรมการห้องแอร์  การทำงานของคนไอทีเหมือนทำงานปิดทองหลังพระ   ไม่มีใครเห็น ก็จริง แต่แท้จริงแล้วคุณย่อมรู้อยู่ในใจว่างานนี้สำคัญกับองค์กรอย่างไร

ลองมองว่าการทำงานเลิกค่ำนั้นก็เป็นอีกหนึ่งวิธีเลี่ยงรถติด เมื่องานเสร็จถนนก็โล่งไม่ต้องไปเบียดเสียดกับคนอื่นให้วุ่นวาย ปล่อยให้คนอื่นแย่งกันใช้ถนนไปเลย คุณค่อยออกไปชิลกว่ากันเยอะ

ถ้าคุณจะเป็นคนไอทีที่ก้าวหน้าในงาน ต้องหมั่นฝึกฝีมืออยู่เสมอ  หมั่นพัฒนาตัวเองและหาความรู้ใหม่ ๆ อยู่เสมอ ๆเพื่อให้สามารถจัดการภาระงานให้เสร็จได้อย่างรวดเร็ว สามารถจัดการกับปัญหาเดิม ๆ หรือปัญหาที่เคยเจอมาแล้วได้อย่างรวดเร็ว จัดสรรเวลาในการจัดการปัญหาใหม่ ๆ ที่เข้ามา

อย่าลืมว่างานไอทีนั้นตั้งอยู่บนความก้าวหน้าของเทคโนโลยีจึงเป็นไปไม่ได้เลยที่ความรู้ที่คุณเคยเรียนมาก่อนจะอยู่แบบเดิมตลอดไป เพราะโลกออนไลน์เปลี่ยนแปลงไปทุกวัน คุณจึงต้องหมั่นใส่ใจ ขวนขวาย ฝึกฝนแสวงหาความรู้ใหม่ ๆ อยู่เสมอ

แม้จะต้องทำงานไม่เป็นเวลา  แต่ก็อย่าทำให้ชีวิตคนทำงานด้านไอทีนั้นเหี่ยวเฉา อันดับแรกอย่าลืมจัดสรรปันส่วนเวลาให้พอเหมาะพอดี มีเวลาทำงานที่พอเหมาะ มีเวลาไปออกกำลังกายตามสมควร หมั่นทานแต่อาหารที่มีประโยชน์ และอย่าลืมพักผ่อนให้ตรงเวลา  ให้เวลากับคนรอบข้าง รักษาความสัมพันธ์ให้ดี

ภายใต้ภาระงานที่มากมาย และความเครียดที่อาจเกิดขึ้นนี้ ก็แลกมาด้วยเงินเดือนที่สมน้ำสมเนื้อ และยิ่งยุคนี้อาชีพในสายงานไอทีก็เป็นที่ต้องการสูง หรือ ถ้าคุณรู้สึกว่าการทำงานในองค์กรทำให้เวลาในชีวิตของคุณนั้นถูกตัดทอนไปให้กับการทำงานมากเกินไป ก็สามารถออกมาทำงาน Freelance ได้ แต่ต้องคิดพิจารณาให้ดี เพราะบางทีการทำงานรูปแบบนี้ยิ่งทำให้เวลางานนั้นขยายตัวจนกินเวลาส่วนตัว

 

งานบัญชีมีลักษณะงานอย่างไร

 

ในการทำงานบัญชีนั้นเป็นเรื่องที่ไม่แปลกอย่างมากเลยเพราะงานบัญชีเป็นงานที่ใครๆก็ให้ความสำคัญอย่างมากที่สุดเลยก็ว่าได้ งานบัญชีมีหลากหลายแบบซึ่งลักษณะของงานบัญชีนั้นก็มีลักษณะที่แตกต่างกันคือลักษณะของงานบัญชีที่ให้บริการได้แก่ งานตรวจสอบบัญชี การวางระบบบัญชี การรับทำบัญชี บัญชีอากร บัญชีเพื่อการบริหารจัดการ บัญชีต้นทุน ทุกๆอย่างก็ต้องพึ่งนักบัญชีกันทั้งนั้นเพราะนักบัญชีจะรู้ว่าควรทำอะไรเพื่อให้เกิดประโยชน์อย่างมากที่สุด

งานบัญชีหากใครไม่รู้ก็จะบอกว่าง่ายแค่คิดเงินต้นทุนกำไรเท่านั้นเองแต่จะบอกว่าเป็นเรื่องที่ยากมากกว่าที่เราคิดเพราะว่าการทำงานบัญชีนั้นทุกๆอย่างต้องเป็นขั้นตอน การที่เราทำงานดีก็จะทำให้เราพบเจอแต่สิ่งที่ดีๆและเจอแต่เรื่องที่ดีๆเพราะบริษัทหลายๆบริษัทต้องการนักบัญชีหากเราเครดิตดีก็จะทำให้งานบัญชีนั้นสามารถเรียกเงินเดือนที่พุ่งปรี๊ดได้เลยในแต่ละที่

ความรับผิดชอบของนักบัญชีมีอะไรบ้าง

นักบัญชีส่วนมากจะมีความรับผิดชอบหลักๆเลยคือนักบัญชีจะทำหน้าที่บันทึกข้อมูลทางการเงินและตรวจสอบระบบบัญชีและทำในเรื่องของรายรับรายจ่ายของบริษัทเพื่อให้เป็นที่โปร่งใสสามารถทำการตรวจสอบได้

นักบัญชีสามารถทำในเรื่องของทำงบประมาณและรวบรวมรายงานการเงินให้ตรงตามระยะเวลาที่กำหนดและทำให้เรื่องของธุรกรรมทางการเงินทั้งหมดของบริษัท จัดแสดงบัญชีรายรับรายจ่ายที่เกี่ยวข้องกับบริษัทให้ทางสรรพากรตรวจสอบได้ ทำรายงานการปิดงบประมาณประจำเดือนในเรื่องการเงินของทางบริษัทอีกด้วย

การเป็นนักบัญชีที่ดีและเก่งนั้นเราจะต้องเป็นคนที่รอบคอบมีความเป็นระเบียบอย่างมากที่สุด การทำงานบัญชีอาจจะเป็นเรื่องที่เครียดอย่างมากเพราะวันหนึ่งๆนั้นต้องอยู่กับตัวเลขที่มีจำนวนไม่น้อยเลย งานบัญชีนั้นจึงเป็นงานที่ใครหลายๆคนมองข้ามผ่านเพราะไม่อยากมาเสียเวลาและมาเหนื่อยกับเรื่องของอะไรที่ดูไร้สาระ ทุกๆอย่างจะบอกว่าเป็นเรื่องที่ไม่ไร้สาระเลยเราจะต้องเป็นนักบัญชีที่เก่งให้ได้ การที่เราเป็นนักบัญชีหรือทำงานบัญชีนี้เราจะมีข้อได้เปรียบกว่างานในด้านอื่นๆอีกด้วยเพราะงานในด้านอื่นๆเงินน้อยกว่างานบัญชีอยู่แล้ว หากเราเบื่อที่จะทำงานบัญชีกับทางบริษัทนั้นเราก็สามารถเลือกที่จะรับงานของตัวเองเป็นจ๊อบๆไปก็ทำได้ ทุกๆอย่างหากเราเก่งและมีความสามารถในเรื่องของการทำบัญชีเราควรที่จะพัฒนาตัวเองให้เป็นคนที่เก่งขึ้นอยู่เสมอ คนเก่งใครๆก็อยากร่วมงาน ในสมัยนี้คนที่ไม่เก่งนั้นโอกาสในการทำงานมากกว่าคนที่เก่งอยู่แล้ว

งานบริการลูกค้ามีกี่แบบ

 

งานบริการลูกค้านั้นมีหลากหลายแบบด้วยกัน งานบริการลูกค้านั้นส่วนมาคนก็จะคิดถึงเรื่องของบริการต่างๆเช่นการบริการลูกค้าในด้านการบริการ แต่งานบริการลูกค้านั้นไม่ได้มีแค่ด้านบริการเสิร์ฟอาหารอย่างเดียว การบริการลูกค้าอย่างงานในบริษัททั่วไปก็มีมากมายเช่นกัน งานบริการลูกค้าในปัจจุบันนี้นั้นเป็นเรื่องที่ใครหลายๆคนไม่ควรที่จะมองข้ามอย่างยิ่งเพราะงานบริการลูกค้าเป็นงานบริการที่สำคัญอย่างมากที่สุดเลย ไม่ว่าใครจะทำงานด้านไหนก็ตามเกี่ยวกับด้านการบริการก็จะรู้ดีว่างานบริการลูกค้านั้นเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างมากที่สุดที่ไม่ควรมองข้ามเลย

งานบริการลูกค้าหลายๆคนจะคิดว่าเป็นงานรับใช้แต่บอกเลยว่ากำลังเข้าใจผิดอย่างมากเลย งานบริการลูกค้านั้นเป็นเรื่องที่หลายๆคนควรที่จะให้ความสนใจอย่างมากเพราะคนที่ทำงานบริการทางด้านนี้นั้นเค้าก็เหนื่อยแล้วที่จะต้องบริการเราบ่อยๆ งานบริการลูกค้าจึงเป็นเรื่องที่ใครหลายๆคนไม่ควรคิดในทางที่แย่ งานบริการลูกค้านั้นอย่างเช่นไปรษณีย์ที่มาส่งสินค้าให้เราตามบ้านนั่นก็คืองานบริการลูกค้านั่นเอง งานบริการลูกค้าจึงมีหลายประเภทด้วยกันสิ่งที่สำคัญอย่างมากเลยคือเราจะต้องเป็นคนที่ใจเย็น เวลาที่มีคนมาให้เราใช้เค้าในการหยิบจับอะไรนั่นเค้าทำให้เราด้วยความเต็มใจทั้งนั้น งานบริการจึงเป็นงานที่สุจริตและไม่ควรมองข้ามอาชีพนี้อย่างเด็ดขาดเลย หากเราไม่มีพวกเค้าที่จะมาช่วยในการอำนวยความสะดวกให้กับเราก็จะยิ่งลำบากมากขึ้นไปอีก

งานบริการลูกค้าเป็นเรื่องที่ดีอย่างมากเลยที่มีอาชีพนี้ขึ้นมาเพราะอาชีพบริการลูกค้านั้นเป็นอาชีพที่ใครหลายๆคนทำด้วยความสมัครใจอย่างอาชีพมอเตอร์ไซต์วินอันนี้ก็ถือว่าเป็นการบริการลูกค้าแต่อาศัยการแลกเปลี่ยนคือจ่ายเงินนั่นเอง งานบริการลูกค้านั้นจึงเป็นเรื่องที่เราจะต้องให้ความสำคัญอย่างมากกับอาชีพการบริการนี้ หากเรามีอาชีพที่สุจริตในการทำงานบริการลูกค้าก็ไม่ต้องกลัวอะไร ความจริงใจ ความเต็มใจ ความสมัครใจจะถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมากที่สุดเลยที่ไม่ควรมองผ่าน

ในปัจจุบันนี้งานบริการลูกค้าสามารถเข้าไปทำงานได้ง่ายๆเลยเพียงแค่เราเดินเข้าไปสมัครตามร้านอาหารที่รับสมัครพนักงานบริการลูกค้าเพียงเท่านี้ก็ทำให้เรามีเงินเดือนและมีอาชีพที่สุจริตในการทำงานอีกด้วย อาชีพที่สุจริตนั้นเราไม่ต้องอายคนอื่นหรอกขอแค่มีความซื่อสัตย์กับงานที่ตนเองทำและทำงานของเราให้ดีที่สุดโดยที่ไม่ต้องให้ใครมาว่าแค่นั้นก็เพียงพอแล้ว