เว็บไซต์รับสมัครงานที่ต้องการของคนที่ว่างงาน

 

การที่เราจะสมัครงานในแต่ละครั้งนั้นเราก็ต้องสมัครงานผ่านทางเว็บไซต์รับสมัครงานเพราะว่าการสมัครงานผ่านทางเว็บไซต์รับสมัครงานนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมากที่ใครหลายๆคนไม่ควรมองข้าม เว็บไซต์รับสมัครงานจึงเป็นที่ต้องการของใครหลายๆคนเลยก็ว่าได้สิ่งที่สำคัญที่สุดในการสมัครงานนั่นก็คือความรู้ความสามารถของตัวเราที่มีอยู่ เราต้องรู้ก่อนว่าตัวเองนั้นมีความรู้ความสามารถประมาณไหน แล้วเราจะสมัครงานในตำแหน่งไหนก็ต้องดูตำแหน่งที่ตรงกับคุณสมบัติของตัวเราเอง การที่เราเลือกงานที่ตรงตามความชอบแล้วนั้นเป็นเรื่องที่ดีอย่างมากเลยที่จะไม่ทำให้เราต้องเสียประวัติในการทำงานเพราะว่าเราทำทุกอย่างได้ตรงตามคุณสมบัติของทางบริษัทต้องการ

การหางานหรือสมัครงานในปัจจุบันค่อนข้างสะดวกสบายแน่นอนเพราะในตอนนี้มีบริษัทรับจัดหางานเข้ามาช่วยในการดำเนินงานจึงง่ายและสบายมากมายอย่างเว็บไซต์รับสมัครงานต่างๆที่เพียงแค่ฝากเรซูเม่ไว้แล้วเลือกบริษัทที่ตรงกับคุณสมบัติเพียงเท่านั้นเราก็รอทางบริษัทติดต่อกลับมาเพื่อรอรับการเข้าสัมภาษณ์งานได้เลย การหางานในปัจจุบันนี้เป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมากที่สุด การสมัครงานผ่านทางเว็บไซต์รับสมัครงานนั้นหลายๆคนก็ต้องเลือกทางนี้เพราะว่าสะดวกอย่างมากเลย การสมัครงานนั้นหากเรามีความสามารถหลายอย่างเคยทำงานด้านไหนมาก็สามารถเขียนลงไปได้หมดเลยเพราะทุกๆอย่างที่เราได้ทำนั้นเป็นเรื่องที่ดีมากเลยและเป็นประสบการณ์ที่เราได้รับในทางที่ดีอย่างมากที่สุดเลยก็เป็นได้

การสมัครงานผ่านเว็บไซต์รับสมัครงานนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญที่หลายๆคนไม่ควรมองข้ามอย่างมากเลยการที่เราจะทำการสมัครงานผ่านเว็บไซต์รับสมัครงานนั้นทุกๆอย่างมีขั้นตอนที่ง่ายไม่ยากเลยเราควรที่จะต้องทำทุกๆอย่างให้ดีและกรอกข้อมูลอย่างครบถ้วนชัดเจนที่สุด การสมัครงานผ่านเว็บไซต์สมัครงานนั้นหลายๆคนก็จะมองว่าเป็นเรื่องที่ดีหรอที่จะสมัครงานผ่านทางนี้ ทางนี้เป็นช่องทางที่สะดวกสบายมากที่สุดเลยไม่ว่าเราจะทำอะไรก็ตามก็สามารถสมัครงานได้โดยที่ไม่ต้องกังวลใดๆเลย  การสมัครงานผ่านทางเว็บไซต์จึงเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างที่สุดเลยควรใส่ใจและรายละเอียดลงไปเยอะเพื่อที่จะได้หางานที่เราอยากจะทำนั้นได้เจอตามกับตำแหน่งที่เราต้องการอีกด้วย

งานขาย เหมาะกับคนที่มีนิสัยอย่างไร

งานขายมีอยู่ด้วยกันหลายรูปแบบ เช่น พนักงานที่ทำหน้าที่ขายสินค้า sale marketing เป็นต้น จะมีหน้าที่หลักของตำแหน่งนี้ก็คือการขายสินค้าและบริการของบริษัทให้ได้ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ งานนี้จะว่าง่ายก็ง่าย จะว่ายากก็ยาก ที่กล่าวเช่นนั้นก็เพราะว่า ตำแหน่งงานแบบนี้ขึ้นอยู่กับคนทำด้วยว่ามีความเหมาะสมกับงานมากแค่ไหน ซึ่งลักษณะและคุณสมบัติที่เหมาะกับงานนี้ต้องมีลักษณะดังนี้

1.ใจเย็น งานขายเปรียบเสมือนตัวแทนของบริษัทที่จะต้องไปพบกับลูกค้า ซึ่งลูกค้าที่เข้ามาติดต่อมีหลายรูปแบบ ทั้งที่เรื่องมาก คุยไม่รู้เรื่อง เอาแต่ใจหรือแบบที่คุยง่าย เข้าใจง่าย หากเจอลูกค้าที่คุยง่าย เข้าใจง่าย การติดต่อประสานงานก็ง่ายแต่หากเจอลูกค้าที่จู้จี้ เรื่องมาก คุยเท่าไหร่ก็ไม่ยอมฟัง ในฐานะพนักงานที่ทำหน้าที่ขายสินค้าและเป็นตัวแทนของบริษัทในการติดต่อขายสินค้าจะต้องใจเย็นพูดด้วยถ้อยคำที่สุภาพ ห้ามตอบโต้ลูกค้าด้วยวาจาที่หยาบคาย ไม่เสียงดัง ตะโกนหรือตะคอกใส่ลูกค้า เพราะจะทำให้เสียลูกค้าได้

2.มีไหวพริบ หา งาน sale เราต้องนำเสนอสินค้าให้กับลูกค้าและสินค้าของเราจะต้องตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าให้ได้ สินค้าบางอย่างสามารถใช้งานได้หลายรูปแบบ เมื่อลูกค้าถามมาต้องตอบโต้ลูกค้าได้ว่า ลูกค้าแต่ละคนจะมีปัญหาที่ต่างกันเราจะใช้ไหวพริบในการเชื่อมโยงให้ได้ว่าสินค้าของเราดีต่อลูกค้าอย่างไร ลูกค้าถึงจะซื้อสินค้าของเรา จึงต้องใช้ไหวพริบในการพูดกับลูกค้าสูงมาก เพื่อเป็นการเพิ่มยอดขายให้สูงขึ้น

3.ซื่อตรง การขายสินค้าและบริการห้ามพูดอวดอ้างเกินจริงว่าสินค้าของเราดีเสียทุกอย่าง ลูกค้าเป็นคนที่มีความคิด เค้าคิดได้ว่าสิ่งไหนเป็นอย่างไร การพูดอวดอ้างสินค้าต้องเป็นความจริง สินค้ามีข้อดีข้อเสียอย่างไร

4.รับความกดดันได้ งานขายผลงานอยู่ที่ยอดขาย หากยอดขายไม่เป็นไปตามที่บริษัทกำหนดย่อมมีแรงกดดันเกิดขึ้น ดังนั้นหากต้องการทำงานประเภทนี้ต้องยอมรับกับแรงกดดันให้ได้

5.พยามยามให้มาก การจะขายสินค้าและบริการ เราไม่สามารถบังคับให้ผู้ซื้อมาซื้อเราได้ เราต้องใช้ความพยายามในการนำเสนอสินค้าให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าให้ได้ หากลูกค้าคนนี้ไม่ซื้อเราก็ต้องหาลูกค้ารายใหม่ไปเรื่อย ต้องมีลูกค้าที่สนใจและซื้อสินค้าแน่นอน เรียกว่างานขายเป็นงานที่ต้องใช้ความพยายามมากงานหนึ่ง

นี่เป็นคุณลักษณะสำหรับคนที่เหมาะกับงานขายหากคุณมีลักษณะดังกล่าวแล้ว งานขายถือว่าเป็นงานที่เหมาะกับคุณ และคุณจะมีรายได้จากงานขายเป็นจำนวนมาก

ไม่ได้เรียนการตลาด เป็น Digital Marketing ได้ไหม

กระแสของดิจิทัลนั้นไม่อาจต้านทานได้ และทุกคนทุกอย่างก็ดูเหมือนจะกระโดดเข้าสู่กระแสนนั้นอย่างเต็มใจ ไม่เพียงแต่จะทำให้ชีวิตเราง่ายขึ้น สะดวกสบาย ยังทำให้เกิดอาชีพใหม่ๆที่เกี่ยวข้องขึ้นอีกมากมาย หนึ่งในนั้นคือ Digital Marketing  หรือ นักการตลาดดิจิทัล อีกหนึ่งอาชีพที่เป็นที่สนใจของคนหางานยุคใหม่ และอาชีพนี้ก็พร้อมเปิดประตูต้อนรับนักการตลาดแบบเดิมๆที่ทรานฟอร์มตัวเองไปสู่การเป็น  นักการตลาดดิจิทัล หรือ คนหน้าใหม่ที่อาจจะไม่เคยเป็นนักการตลาด รวมถึงไม่ไดจบด้านการตลาดมาเลยก็ได้ ดังนั้นหากต้องการ หางาน Digital Marketing บอกไว้เลยว่าใครก็สามารถสมัครได้หากมีความสามารถมากพอ

ถ้าคุณเป็นนักการตลาดอยู่แล้ว กำลังจะจบการตลาด หรือเป็นใครสักคนที่สนใจการตลาดดิจิทัล หากมีคุณสมบัติดังนี้ ก็จงมุ่งหน้าสู่การสมัครงานในตำแหน่งนี้ได้เลย

  1. มั่นใจว่าตัวคุณนั้นไม่ตกเทรนด์  นักการตลาดดิจิทัล ต้องการอัพเดทตัวเองไม่ให้ตกเทรน ยิ่งเดี๋ยวนี้อะไรก็มาเร็วไปเร็ว จะมามัวอยู่กับที่กับเรื่องเดิมๆก็คงไม่ไหว  การที่คุณรับสารจากที่ต่างๆ และอัพเดทให้เป็นปัจจุบันนั้นจะช่วยให้การทำงานการตลาดในฐานะนักการตลาดดิจิทัล เป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น
  2. หมดยุคให้ความรู้เดินเข้ามาหา แต่ต้องเดินเข้าหาและแสวงหาความรู้ จำไว้ว่า คนโลกแคบ ไม่เหมาะที่จะทำงานการตลาด  การทำตัวเป็นนักท่องอินเทอร์เน็ต   การเปิดรับเรียนรู้จากสิ่งต่างๆ ทั้งความรู้ที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการนั่นละที่คุณควรทำ  และการพาตัวเองออกไปเจอคนเก่งเยอะ ๆ นี่ก็เป็นการเรียนรู้อย่างหนึ่งที่คุณต้องไม่พลาด
  3. สังคมใส่ใจเรื่องอะไร คุณต้องเข้าใจ เขากำลังคุยเรื่องอะไรกัน โลกโซเชียลมุ่งเบ้าไปทางไหน คุณต้องรู้และต้องยกระดับขึ้นไปเป็นมากกว่าคนที่รู้กระแส แต่ต้องสามารถนำกระแสให้ได้ ถ้าทำได้อนาคตในแวดวงการตลาดมีความสดใสรออยู่แน่ๆ
  4. ลูกค้าต้องการอะไร ตอบคำถามนี้ด้วยข้อมูลอ่านั่งเทียน คุณต้องเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคเชิงลึกและเล่นกับข้อมูลนั้นให้ได้ เครื่องมือที่มาช่วยคุณมีมากมาย ยุคนี้แล้วใช้เทคโนโลยีให้เป็นและสร้างประโยชน์โดยใช้มันเป็นเครื่องมือให้ได้ ที่จะวิเคราะห์หาพฤติกรรมผู้บริโภคเพื่อวางแผนทำการตลาด
  5. ถ้าจบมาไม่ตรงสาน สิ่งที่จะทำให้เขามั่นใจในตัวคุณคือผลงานที่ผ่านมา หรือ ถ้าไม่มีทดลองทำแผนการตลาดในแบบของคุณไปเสนอสิ แบบนี้ก็ทำให้มีน้ำหนักมากพอที่จะชิงตำแหน่งนี้แล้ว
  6. อีกอย่างที่อยากบอกไว้ และสิ่งนี้เองที่จะทำให้คุณเป็น นักการตลาดดิจิตอลมือฉกาจ ไม่อาจจะหนีการ ฟัง พูด อ่าน เขียน ภาษาอังกฤษ การรู้และเข้าใจภาษาอังกฤษจึงเป็นเรื่องสำคัญและจำเป็นอย่างมาก เพราะวันนี้คุณกำลังทำการตลาดกับคนทั้งโลกที่สามารถ Connect เข้ามาหาคุณได้มนพริบตา การมีความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษและภาษาที่สาม สี่ ห้า นั้นจะเพิ่มฐานลูกค้าให้คุณได้มหาศาล

 

ถ้าในใจของคุณกำลังเรียกร้องที่จะทำเรื่องท้าทาย  อาชีพ นักการตลาดดิจิทัล จะให้คุณได้ทำสิ่งที่ต้องการอย่ารอช้าถ้าไฟในการทำงานมีเต็มที่แล้วมองหาบริษัทที่คุณสนใจและยื่นใบสมัครได้เลย

 

รู้จักคำถามวัดแรงจูงใจ รู้ทันผู้สัมภาษณ์

นอกจากการวัดความสามารถ ทักษะ ความพร้อมในการทำงานแล้ว สิ่งหนึ่งที่ผู้สมัครงานต้องเจอคือคำถามวัดแรงจูงใจในการทำงาน หลายๆองค์กรให้คะแนนในส่วนนี้มากพอๆกับคะแนนความสามารถเพราะคนที่ไม่เก่งมากแต่มีแรงจูงใจที่ดีในการทำงานก็สามารถพัฒนาตัวเองได้ หากคุณคือหนึ่งในผู้สมัครงานที่กำลังจะไปสัมภาษณ์งาน มารู้จักคำถามวัดแรงจูงใจ กันเถอะ และจะได้เตรียมตัวให้ดี เพื่อจะตอบคำถามพิชิตใจกรรมการสัมภาษณ์งาน

  1. บอกให้เราฟังถึงประวัติการทำงานของคุณสักหน่อย

คำถามนี้เหมือการถามประวัติทั่วไปแต่มันมีนัยยะบางอย่างอยู่ในคำถามแสนธรรมดานี้ เพราะการพูดคุยถึงประวัติการทำงานที่ผ่านมาของผู้สมัครงานสามารถใช้ประเมินแรงจูงใจของผู้สมัครได้ ระยะเวลาในการทำงานแต่ละบริษัท การเลื่อนตำแหน่ง การย้ายงาน ทั้งหมดนี้กำลังสื่อถึงแรงจูงใจในการทำงาน หากคุณเปลี่ยนงานทุก 6 เดือน ย้ายงานเพราะไม่ชอบรถติด ได้เงินเดือนน้อย แบบนี้คะแนนแรงจูงใจในการทำงานน่าจะถูกหักไปนะ

  1. นอกจากงานที่ทำคุณสนใจเรื่องอะไร หรือ ทำงานอดิเรกเกี่ยวกับอะไร

ขอนี้เป็นการประเมินแรงจูงใจในชีวิต   งานอดิเรก ที่สร้างสรรค์ ให้ผลดีต่อตัวเองและผู้อื่น  การหาความรู้เพิ่มเติม การมีเป้าหมายในชีวิต มีความใฝ่ฝัน พยายามหาโอกาสพัฒนาตนเอง เช่น การอ่านหนังสือ การเรียนภาษา การวิ่งมาราธอน การร่วมกิจกรรมกับกลุ่มที่สนใจ เหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าคุณมีแรงจูงใจในชีวิต หากตอบว่าทำงานก็เหนื่อยแล้ว วันหยุดก็นอน ไปเดินห้าง หรือ ไม่ทำอะไรเก็บเงินอย่างเดียวแบบนี้ก็ดูขาดแรงจูงใจในชีวิตไปสักหน่อย

  1. ที่ผ่านมาคุณเคยเจอกับความล้มเหลวอะไรบ้าง

ข้อนี้กำลังทดสอบทัศนคติ และการรับมือกับอุปสรรคที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ความผิดพลาดพี่ผ่านมาคนที่มีทัศนคติจะเก็บเก็บบทเรียน  ปรับปรุง และพัฒนา และจะไม่เห็นความอุปสรรคเพียงเล็กน้อยเป็นเครื่องใหญ่ และเป็นจุดที่ทำให้เกิดความท้อถอย    คุณอาจบอกถึง อุปสรรคที่ยากลำบากที่สุดที่เคยเผชิญคืออะไร และคุณได้ผ่านมันมาได้อย่างไร หรือในสิ่งที่เขาเคยทำผิดพลาด เขารู้สึกอย่างไร ได้เรียนรู้อะไร และแก้ปัญหานั้นอย่างไร

  1. หากเราไม่สามารถให้เงินเดือนตามที่คุณต้องการ คุณจะว่าอะไรไหม

ผู้ถามอาจถามตามความจริงหรือกำลังทดสอบคุณอยู่ ข้อนี้ตอบให้ดีเพราะอาจจะทำให้คุณเสียโอกาสการได้งานหรืออาจจะทำให้คุณถูกกดเงินเดือน  ถามกลับไปว่าทางองค์การมีความสามารถในการจ่ายเท่าไหร่ และตอบตามความจริงว่าคุณพอใจไหม ด้วยท่าทีสุภาพและให้เหตุผลประกอบ โดยพยายามใช้เหตุผลที่เกี่ยวกับความสามารถของคุณที่เหมาะสมกับเงินเดือนที่คุณต้องการ และให้ความมั่นใจว่าคุณสามารถสร้างประโยชน์ให้องค์กรอย่างคุ้มค่า

จำไว้อีกประการหนึ่งในการตอบคำถามนั้นควรตอบด้วยความจริง และจริงใจ เพราะผู้สัมภาษณ์มืออาชีพย่อมรู้ว่าคุณกำลังโกหกอยู่ ขอให้ลองฝึกตอบคำถามให้ดีและของให้โชคดีกับการสัมภาษณ์งาน

 

HR พิจารณาคัดเลือกพนักงานใหม่ อย่างไร

รู้ทัน HR สมัยนี้เขาใช้หลักการอะไรคัดเลือกพนักงานใหม่

การสมัครงานนั้นต้องรู้เขารู้เรา หากคุณกำลังหางานอยู่แน่นอนว่าหลายคนจะบอกให้คุณเตรียมตัวให้ดี เขียนเรซูเม่ให้ดี เตรียมเอกสารประกอบให้ดี เตรียมตัวในการตอบคำถามสัมภาษณ์ เลือกเครื่องแต่งกายให้ถูกกาลเทศะ ทั้งหมดนั้นเป็นแนวทางในการเตรียมตัวเพื่อการสมัครงานที่ดีมากจงทำต่อไป  แต่คุณลืมอะไรไปไหมว่าคนที่จะทำหน้าที่คัดเลือกคุณเขาก็ต้องมีเกณฑ์ในการพิจารณา จะดีไหมหากเราสามารถศึกษาหลักการในการคัดเลือกพนักงานใหม่ เพื่อที่จะได้นำมาประยุกต์ใช้ในการเตรียมตัว แบบนี้แล้ว ความพร้อมต่อการสมัครงานน่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าจริงไหม

ว่าแล้วก็มาศึกษาดันสิว่า HR เขาใช้หลักการอะไรคัดเลือกพนักงานใหม่  โดยภาพรวมของการคัดเลือกนั้น HR จะมุ่งพยากรณ์ลักษณะนิสัยใจคอของผู้สมัครงานจากพฤติกรรมในอดีตหรือพฤติกรรมในปัจจุบัน โดยจะมีกระบวนการที่จะทำให้รู้ได้ว่าคุณคือผู้สมัครงานที่องค์กรต้องการหรือไม่ดังนี้

  1. HR จะใช้วิธีสังเกตพฤติกรรม (Behavior Observation)  ตั้งแต่เริ่มเข้ามาในองค์กร ตั้งแต่การสอบถาม รปภ. หรือพนักงานต้อนรับ การวางตัวในขณะนั่งรอ  การพูดคุยกับผู้คนรอบข้าง บางครั้งอาจจะมีหน้าม้าแกล้งมาทำหน้าที่นี้เลยก็ได้  เพื่อสังเกตการมีมนุษยสัมพันธ์
  2. เขาจะให้คุณแสดงบทบาทสมมติ (Role Play)  เช่น  การเจรจาต่อรองซึ่งองค์กรได้เตรียมคู่เจรจาไว้ให้เราเรียบร้อยพร้อมกับโจทย์ที่เขาต้องการ    บางตำแหน่งอาจจะให้เราแสดงบทบาทสมมติด้านการนำเสนอ  โดยจะดูทักษะการนำเสนอการสื่อสาร รวมถึงบุคลิกภาพในการนำเสนอ วิธีเหล่านี้สามารถพิสูจน์ได้ว่าผู้สมัครงานมีความสามารถหรือไม่
  3. ใช้กิจกรรมทางสังคมมาเป็นสิ่งกระตุ้นให้คุณแสดงบทบาททางสังคม (Social Role)  เช่น นำผู้สมัครงานไปเข้าแคมป์เพื่อประเมินความสามารถที่ต้องการไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการกำหนดบทบาทของตัวเองต่อสังคม การวางตัวในสังคม ภาวะผู้นำ ความมีน้ำใจ ทัศนคติในการทำงานเป็นทีม ทดสอบความอดทนผู้สมัครงานจะถูกติดตามประเมินตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นเวลาที่อยู่ในกลุ่มเวลาที่อยู่ในที่พักหรือแม้กระทั่งเวลารับประทานอาหาร ยิ่งในตำแหน่งผู้บริหารอาจจะถูกเชิญไปทั้งครอบครัว เพื่อดูลึกไปถึงพฤติกรรมและความสัมพันธ์ของครอบครัว
  4. การสัมภาษณ์เชิงลึก (Depth Interview)  สิ่งนี้เป็นการสัมภาษณ์ที่เราคุ้นเคยกันแต่เทคนิคของกรรกมารสัมภาษณ์แต่ละคนนั้นจะต่างกันออกไปแล้วแต่ประสบการณ์ การสัมภาษณ์แบบนี้มุ่งเน้นการเจาะลึกถึงพฤติกรรมในอดีตที่เคยเกิดขึ้น โดยขอให้เล่าให้ฟังว่า เหตุการณ์ที่เคยเจอมาคืออะไร และกรรมการสัมภาษณ์งานมักจะบันทึกการสัมภาษณ์แบบนี้ โดยใช้เทคนิค  STAR คือ   Situation หมายถึง เหตุการณ์อะไร เมื่อไหร่

Task หมายถึง งานอะไร   Action หมายถึง การกระทำของเราที่เกิดขึ้นมาแล้วในอดีต   Results หมายถึง ผลที่เกิดจากการกระทำของเราในเหตุการณ์นั้น ๆ

ลองศึกษาข้อมูลข้างต้นให้ดีและนำไปปรับใช้  การเตรียมตัวสู่การคัดเลือกเข้าทำงานจงทำให้ดีที่สุด และมากกว่าการแข่งกับตัวเองคุณกำลังถูกเปรียบเทียบกับผู้สมัครงานรายอื่นๆ ดังนั้นทำให้สุดความสามารถ