เว็บไซต์รับสมัครงานเรื่องง่ายๆที่หลายคนก็ไม่รู้

 

ในการสมัครงานสมัยนี้นั้นเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมากเลยเพราะหลายๆบริษัทนั้นก็มีการรับสมัครงานด้วยตนเองและหลายๆบริษัทนั้นก็ไม่อยากรับสมัครด้วยตนเองก็เลือกที่จะลงประกาศหาคนผ่านทางเว็บไซต์รับสมัครงานเพื่อที่จะให้ได้คนมาทำงานที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น การที่เราจะทำงานนั้นหลายๆสิ่งเราต้องคำนึงก่อนว่าองค์กรที่เราไปทำงานนั้นองค์กรเค้ามีการทำงานแบบไหนแล้วเราสามารถเข้ากับคนในองค์กรหรืองานที่ทำได้ไหม คือเราต้องมีความรู้ในงานที่เราจะทำไม่ใช่ว่าสมัครส่งๆไปได้ตำแหน่งอะไรก็ทำๆไปแบบนี้ลำบากแน่นอนเพราะเราไม่ถนัดอะไรเลยสักอย่างที่เป็นเรื่องเด่นๆ

ขั้นตอนการสมัครงานผ่านเว็บไซต์รับสมัครงาน

การที่เราจะหาเว็บไซต์รับสมัครงานเป็นตัวแทนในการหางานนั้น สิ่งสำคัญหลายๆคนก็ไม่รู้ว่ามีขั้นตอนการสมัครงานอย่างไรก่อนอื่นเลยการสมัครงานนั้นสิ่งที่สำคัญเราต้องรู้ก่อนว่าขั้นตอนการสมัครงานนั้นมีอย่างไรบ้าง ทุกๆอย่างมีข้อมูลทุกๆอย่างมีขั้นตอนเราต้องทำการกรอกข้อมูลให้ครบถ้วนเสียก่อนเพื่อให้ได้สิ่งที่ดีงามกลับมานั่นคืองานนั่นเอง ใน การสมัครงานนั้นส่วนมากถ้าสมัครงานผ่านเว็บไซต์รับสมัครงานก็จะมีข้อมูลให้เรากรอกส่วนตัวอยู่แล้วแต่การที่เราจะส่งข้อมูลส่วนตัวของเราพร้อมผลงานไปนั้นก็ต้องเป็นอันที่เราทำแยกมาเพื่อที่จะให้การทำงานของเรานั้นเป็นไปในทางที่ดีมากยิ่งขึ้น การสมัครงานในเว็บไซต์รับสมัครงานจริงๆแล้วเป็นเรื่องที่ไม่ได้มีความยุ่งยากเลยเพียงแค่อาจจะต้องใช้เวลานานหน่อยเพียงแค่นั้นเองในการที่จะรอทางบริษัทนั้นๆติดต่อกลับมา

การสมัครงานในปัจจุบันนี้มีคนทั่วโลกต้องสมัครงานกันอยู่แล้วเพราะทุกๆคนต้องมีงานทำเพราะต้องแลกกับเงินในการดำรงชีวิตหากไม่มีเงินในการดำรงชีวิตก็จะยิ่งทำให้เรายิ่งแย่มากขึ้นไปอีก การสมัครงานในปัจจุบันเป็นเรื่องที่สำคัญมากเลยในตอนนี้ หลายๆคนแก่งแย่งกันเพื่อที่จะให้ได้งานมาก็ทำการไม่สุจริตโกงความสามารถบ้างอะไรบ้างแบบนี้ถ้าหากทางบริษัทรับเข้าทำงานแล้วเราทำได้ไม่จริงก็จะเป็นเรื่องที่ไม่ดีอย่างมากที่สุดเลยก็ว่าได้ การสมัครงานจึงเป็นเรื่องที่ใครหลายคนไม่ควรมองข้าม ควรจะทำการละเอียดรอบคอบกับทุกๆสิ่งเลยเพื่อให้เรานั้นจะได้งานที่ไวมากยิ่งขึ้นอีกด้วย การสมัครงานผ่านทางเว็บไซต์รับสมัครงานตอนนี้จึงเป็นเรื่องที่นิยมกับมากที่สุดเพราะไม่ยุ่งยากและสะดวกมากขึ้นด้วย

ไขข้อสงสัย เพราะอะไรสมัครงานผ่านเว็บไซต์สมัครงานแล้วไม่ได้งาน

Applying Jobs Online

เว็บไซต์สมัครงาน เป็นแหล่งหางานที่เข้าถึงได้ง่ายที่สุด และได้รับความนิยมมากจากผู้สมัครงานทั้งนักศึกษาจบใหม่ และ คนที่มีประสบการณ์ทำงานมาแล้ว  แต่อย่างไรก็ตามสำหรับช่องทางการสมัครงานที่เข้าถึงง่ายๆเช่นนี้ ก็มีคำถามยอดฮิตตามมาว่า การกรอกประวัติสมัครงานตามเว็บไซต์สมัครงานแล้วจะได้รับการติดต่อเรียกสัมภาษณ์งานหรือไม่

เราต้องทำความเข้าใจก่อนว่า ใบสมัครที่เราส่งไปนั้น จะถูกเรียกดูโดยองค์กรที่ทำข้อตกลงกับเว็บไซต์สมัครงาน ซึ่งแน่นอนว่าหากบริษัทไหนไม่ใช้บริการเขาก็จะไม่เห็นใบสมัครของคุณ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วก็คือบริษัทที่เราเห็นประกาศรับสมัครงานในเว็บไซต์สมัครงานนั่นเอง

อย่างไรก็ตามไม่ใช่ว่าใบสมัครทุกใบ จะถูกเลือกให้ได้รับการสัมภาษณ์  เพราะ HR หรือคนที่คัดจะพิจารณาจากหลายๆอย่าง เพื่อให้ได้ใบสมัครที่สมบูรณ์และมีคุณสมบัติตรงตามที่องค์การต้องการ สำหรับเหตุผลที่ สมัครงานผ่านเว็บไซต์สมัครงาน แล้วไม่ได้งานนั้นอาจมาจากสาเหตุ อื่นๆประกอบด้วย อาทิ

  1. กรอกประวัติไม่ละเอียดพอ เช่น ที่อยู่ เบอร์โทร สถานที่ติดต่อต่างๆบางคนลงมั่วๆ ลงไม่ครบ ติดต่อยาก โทรแล้วติดต่อไม่ได้ก็ยากที่จะถูกเรียกให้มาสัมภาษณ์จึงควรตรวจสอบข้อมูลให้ดีก่อนส่งใบสมัคร
  2. วุฒิการศึกษา ประสบการณ์ ความสามารถตามสายงานที่สมัคร ไม่สัมพันธ์กับเงินเดือนเช่น เรียกเงินเดือน 30,000 -50,000  บาท ในขณะที่เพิ่งเรียนจบหรือประสบการณ์แค่ 1-2 ปี
  3. รูปถ่าย ที่ส่งมาไม่เหมาะสมไม่มีความเป็นทางการ แสดงถึงความไม่เป็นมืออาชีพและไม่รู้จักกาลเทศะ
  4. มีผู้สมัครในรอบนั้นมีจำนวนมากและ HR จำเป็นต้องตัดรอบเพื่อคัดคน บางครั้งแม้คุณมีคุณสมบัติที่ดีแต่เกินโควตาการพิจารณาก็อาจหมดสิทธิไปได้ง่ายๆ อย่างไรก็ตามสามารถแก้ไขได้ด้วยการเลือกใช้ เว็บไซต์สมัครงาน ที่มีบริการในการค้นหาใบสมัครแบบเฉพาะเจาะจง หากมีเมนูนี้แล้วทาง HR จะสามารถเลือกผู้สมัครที่มีความสามารถตรงกับที่ต้องการได้ไม่ว่าจะมีใบสมัครเข้ามามากเพียงใด
  5. คุณเลือกว่าจะให้ใบสมัครของคุณปรากฏต่อ องค์การที่เข้ามาคัดเลือกใบสมัครในระดับใด บางคนเลือกองค์การที่จะสามารถพิจารณาใบสมัครได้เฉพาะองค์การขนาดใหญ่ ก็จะลดจำนวนผู้ที่สามารถเห็นใบสมัครของคุณลงไปอีกโอกาสในการเรียกสัมภาษณ์จะน้อยลง แต่ฟีเจอร์นี้ก็ดีในการคัดกรองนายจ้างให้ตรงกับความต้องการของคุณ
  6. บางคนได้รับการพิจารณาว่าน่าสนใจ แต่ตกม้าตายตอนรับโทรศัพท์เชิญมาสัมภาษณ์ เช่น บางคนรับสายด้วยน้ำเสียงไม่ดี หรือบางคนนั้นจะถามก่อนว่าเงินเดือนเท่าไหร่ ทำงานวันไหนบ้าง  บริษัททำอะไร     หยุดวันไหน มีพักร้อนไหม มีโบนัสที่เก่า ขึ้นเงินเดือนไหม  เป็นการถามคำถามที่ดูผิดมารยาทไปสักหน่อย อย่างนี้ HR อาจไม่นัดสัมภาษณ์แต่แจ้งว่าจะติดต่อมาอีกครั้ง ก็เท่ากับคุณอาจเสียโอกาสได้งานไปแล้ว

รู้จักการทำงานในรูปแบบใหม่ที่ให้ความอิสระ โดนใจคนทุก Gen

Smart Office

ถ้าคุณกำลังจะสมัครงานในองค์การขนาดใหญ่ที่ต้อง เข้างานเช้า 8.30 น. เลิกงานในเวลาที่การจราจรสาหัสอย่างเวลา 17.00 น.  ทุกเช้าต้องวิ่งสแกนนิ้วให้ทันเวลาเข้างาน เข้างานสายชถูกหักเงินเดือน ต้องทำงานอยู่ที่ออฟฟิตตาจ้องคอมวันละ 8 ชั่วโมง แลกมากับความมั่นคง ของรายได้ เงินโบนัสตามผลประกอบการ เราอยากให้คุณลองพิจารณาอะไรบางอย่าง ว่านี่คือเป็นชีวิตการทำงานที่คุณอยากได้จริงหรือเปล่า  หลายคนให้ความเห็นว่ารูปแบบการทำงานที่ว่ามานี้ช่างลดทอนความมีอิสระในชีวิตลงไปกว่าครึ่ง

คำถามต่อมาคือในยุคดิจิทัล ที่เทคโนโลยีเข้ามาทำให้การทำงานง่ายขึ้น เป็นไปได้ไหมว่าจะเกิดการทำงานนอกสถานที่ จากการตั้งคำถามนี้ เริ่มมีการปรับรูปแบบการทำงาน  เทรนด์การทำงานนอกออฟฟิศมีให้เห็นมากขึ้น  งานบางอย่างไม่ต้องเข้าไปทำที่ออฟฟิต แต่สามารถทำที่บ้าน หรือ ใช้ บริการ Co-Working Space เป็นที่พบปะคุยงาน

Modern Office

ในขณะที่ ออฟฟิต มีการปรับรูปแบบไปเป็น SMART  Office เพิ่มมุมพักผ่อน มุมความบันเทิง ห้องพักผ่อนที่สามารถใช้เป็นที่นอนระหว่างวัน พร้อมกับสัญญาณไวไฟที่กระจายอยู่ทั่วทุกมุมสำนักงาน จากการสำรวจพบว่า คนทำงานทั่วโลกราว 2 ใน 3 คน มักทำงานนอกสถานที่ทุกสัปดาห์ และ 50% ของกลุ่มคนที่ทำงานนอกสถานที่มากกว่าครึ่งหนึ่งของสัปดาห์ ทุกสัปดาห์จะมีพนักงานกว่า 70% ที่ต้องทำงานจากนอกสถานที่อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง ขณะที่ 53% ทำงานจากนอกสถานที่เป็นจำนวนครึ่งหนึ่งของสัปดาห์หรือมากกว่านั้น และมี 11% ที่ต้องทำงานจากที่อื่นนอกเหนือจากออฟฟิศมากถึง 5 ครั้งต่อสัปดาห์

ด้านวิธีการทำงานและกระบวนการทำงานก็มีความยืดหยุ่น มากขึ้น เวลาเข้างานไม่มีการกำหนดเป็นระเบียบเคร่งครัด การประเมินผลงานและประสิทธิภาพในการทำงานในการทำงานทำด้วยเครื่องมือที่หลากหลาย มีการทบทวนรูปแบบการใช้ KPIs ให้สอดคล้องกับสภาพการทำงานจริง องค์การเองมีกลยุทธ์ใน การดึงดูดและรักษาพนักงานด้วยมาตรการที่มากกว่าสวัสดิการหรือผลตอบแทนที่เป็นตัวเงิน การสร้างความพึงพอใจในอาชีพ การส่งเสริมให้เกิดความคิดสร้างสรรค์

เทรนด์การทำงานในรูปแบบใหม่นี้ไม่ได้ถูกใจเฉพาะคนทำงานที่อยู่ในวัย Gen Y ที่ขึ้นชื่อเรื่องความต้องการอิสระ แต่ยังไปสอดคล้องกับพฤติกรรมการทำงานที่เปลี่ยนไปของคนหลากหลายช่วงวัย เมื่อเห็นว่ารูปแบบการทำงานที่ลดภาวะกดดัน และ ส่งเสริมให้มีความสมดุลของการใช้ชีวิตส่วนตัวและชีวิตการทำงานทำให้สุขภาพจิตดีขึ้นจึงขานรับรูปแบบการทำงานใหม่นี้

สำหรับผู้ที่กำลังหางานทำ และเลือกที่จะสมัครงานเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในองค์การใดก็ตามควรพิจารณาถึงรูปแบบการทำงานขององค์การนั้นๆด้วยว่ามีการปรับให้เข้ากับเทรนด์การทำงานยุคใหม่หรือไม่ หากคุณชอบการทำงานในรูปแบบใหม่นี้และต้องไปอยู่ในองค์การรูปแบบเดิมๆอาจไม่ตรงกับจริตของคุณและนั้นอาจนำไปสู่ความไม่พอใจและต้องลาออกในที่สุด

20 ข้อควรทำฉบับเร่งรัด เพื่อการสัมภาษณ์งานให้ได้งาน

Waiting-for-an-interview-Shutterstock

เมื่อคุณสมัครงานไปแล้ว ได้รับโอกาสให้เข้ารับการสัมภาษณ์งานจงทำให้ดีที่สุด บางองค์การใช้เวลาในการสัมภาษณ์งานผู้สมัครงาน เพียง 10-15 นาที เวลาสั้นๆนี้เองที่จะกำหนดชีวิตของคุณว่าจะได้งานหรือต้องเริ่มหางานใหม่ หลายๆครั้งเราได้นำเอาแนวปฏิบัติเพื่อการเตรียมพร้อมสำหรับการสัมภาษณ์งานมาบอกกัน ครั้งนี้ก็เช่นกันแต่จะมาในรูปแบบฉบับเร่งรัดด้วย 20 ข้อควรทำเพื่อการสัมภาษณ์งานให้ได้งาน  อย่ารอช้ามาดูกันเลย

  1. ต้องรู้ข้อมูลบริษัทและอุตสาหกรรมที่คุณกำลังจะไปสัมภาษณ์
  2. เตรียมพร้อมเรื่องการเดินทาง ตรวจสอบที่ตั้งบริษัท และเวลาที่นัดสัมภาษณ์ให้แน่นอนวางแผนให้สามารถเดินทางไปถึงบริษัทก่อนเวลานัดหมายอย่างน้อย 10 นาที
  3. เตรียมตัว และฝึกซ้อมการตอบคำถามสัมภาษณ์งานให้สามารถตอบได้อย่างมั่นใจฝึกซ้อมกับคนในครอบครัวเพื่อรับคำแนะนำติชม
  4. ตรวจสอบเอกสารสมัครงานเช่น สำเนาเรซูเม่ รูปถ่าย สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน ตัวอย่างผลงาน ใบรับรองผลการศึกษา ให้ครบถ้วน
  5. เตรียมเครื่องแต่งกายไปสัมภาษณ์งานให้เหมาะกับตำแหน่งงาน บริษัท และอุตสาหกรรมที่สมัคร
  6. นอนหลับอย่างเพียงพอ ตรวจสอบลมหายใจ กลิ่นปาก และกลิ่นกายให้สะอาดสดชื่น
  7. ก่อนเข้าห้องสัมภาษณ์ สร้างความคุ้นเคยกับสถานที่ ทักทายพนักงานต้อนรับของบริษัท และเจ้าหน้าที่ทุกคนที่คุณติดต่อด้วยความเคารพ และสร้างความประทับใจแรกพบให้ได้
  8. เข้าห้องสัมภาษณ์แล้ว ทักทายผู้สัมภาษณ์งานด้วยรอยยิ้ม เรียกชื่อผู้สัมภาษณ์งานให้ถูกต้อง โดยสอบถามชื่อผู้สัมภาษณ์จากพนักงานต้อนรับไว้ล่วงหน้า
  9. หาโอกาสนำเสนอตัวเองให้ผู้สัมภาษณ์รู้จักและสนใจคุณมากขึ้นกว่าข้อมูลที่ให้ในเรซูเม่
  10. สำรวมกิริยาท่าทางรักษาภาพลักษณ์ บุคลิกภาพ และคำพูดให้เหมาะสม สบตาผู้สัมภาษณ์ระหว่างสนทนาแสดงความกระตือรือร้นสนใจในตำแหน่งงานและบริษัท
  11. พูดจาฉะฉาน น้ำเสียงบ่งบอกถึงความมั่นใจ และมีพลัง แต่ระวังอย่าให้ดูแข็งกร้าว
  12. หลีกเลี่ยงการพูดถึงเพื่อนร่วมงาน หัวหน้า และนายจ้างเก่าในทางลบ
  13. ตอบคำถามด้วยความจริงใจ ไม่โกหก นำเสนอจุดแข็งที่เป็นจริง
  14. แสดงให้เห็นว่าคุณหาข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทและอุตสาหกรรมมาล่วงหน้า
  15. คิดให้รอบคอบก่อนตอบคำถาม ไม่จำเป็นต้องรีบร้อน
  16. อย่าให้โทรศัพท์มือถือรบกวนคุณในขณะสัมภาษณ์งาน
  17. หากผู้สัมภาษณ์ไม่พูดเรื่องค่าตอบแทน ให้สังเกตว่าเขามีทีท่าสนใจคุณหรือไม่ หากสัญญาณเป็นไปในทางที่ดี คุณอาจลองถามเรื่องค่าตอบแทนในตอนท้ายการสัมภาษณ์ได้
  18. เมื่อผู้สัมภาษณ์งานเปิดโอกาสให้ถาม ควรถามคำถามผู้สัมภาษณ์เพื่อแสดงความสนใจในงาน
  19. ก่อนจบการสัมภาษณ์งานด้วยการย้ำว่าคุณสนใจงานนี้อย่างมาก และอยากทราบว่าขั้นตอนต่อไปในการพิจารณาเป็นอย่างไร รวมทั้งจะทราบผลการพิจารณาเมื่อไร
  20. เมื่อกลับถึงบ้าน ควรเขียนจดหมายขอบคุณการสัมภาษณ์งานภายใน 24 ชั่วโมงหลังการสัมภาษณ์งาน

เทรนด์การทำงานยุคดิจิทัล ถูกใจคน Gen Y ทั้งท้าทายและให้ความอิสระ

เทรนด์การทำงานยุคดิจิทัล

ไทยแลนด์ 4.0 มาพร้อมกับการนำเอาเทคโนโลยีที่เข้ามามีส่วนในการดำเนินชีวิต  ทั้งชีวิตประจำวัน ชีวิตส่วนตัว และการทำงาน  นอกจากเทคโนโลยีมาทำให้คนทำงานง่ายขึ้น ยังเข้ามาเปลี่ยนรูปแบบตลอดจนพฤติกรรมการทำงานของคนทำงานในยุคนี้ไปด้วย เกิดเป็นเทรนด์การทำงานยุคดิจิทัล ดังนั้นเมื่อคุณคิดจะหางาน สมัครงาน ก็ควรทำความเข้าใจกับเทรนด์การทำงานที่เปลี่ยนแปลงไปนี้ก่อน โอกาสในการหางาน สมัครงานให้ได้งานก็จะมากขึ้นไปด้วย อีกทั้งยังเป็นข้อมูลที่จะทำให้คุณเห็นช่องทางในการหางาน สมัครงาน ในรูปแบบใหม่ๆ ที่ตรงกับรูปแบบการทำงานที่เปลี่ยนแปลงไปด้วย  เรามาดูกันเลยว่าเทรนด์การทำงานยุคดิจิทัลนั้นเป็นอย่างไร

  1. ทำงานได้ทุกที่ทุกเวลา ด้วยการทำงานบนสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต รวมทั้งเครื่อข่ายอินเตอร์เนตที่สร้างความคล่องตัวในการทำงานมากขึ้น การนำเสนอผลงาน การประชุมงานสามารถทำได้ด้วยการใช้อุปกรณ์อย่างสมาร์ทโฟนและ Application ที่เข้ามาอำนวยความสะดวก ลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางและย่อโลกเข้ามาให้ใกล้กัน
  2. โลกของธุรกิจไม่มีขีดจำกัดแม้จะอยู่ห่างไกลกันคนละมุมโลก ผู้คนก็สามารถติดต่อสื่อสารกันได้รวดเร็ว โลกของธุรกิจก็สามารถขยายกิจกรรมและการดำเนินงานต่าง ๆ ได้อย่างไร้ขีดจำกัดเพียงอาศัยเทคโนโลยีและเครื่องมือในการทำงานที่มีประสิทธิภาพ สามารถขจัดปัญหาด้านระยะทาง และเชื่อมต่อทุกฟังก์ชั่นทางธุรกิจเข้าด้วยกันได้
  3. การทำงานในรูปแบบองค์การที่ต้องมีสถานที่ทำงานอย่างเป็นทางการ มีทีมงานที่ต้องพบหน้ากัน เปลี่ยนไปสู่การที่ไม่จำเป็นต้องมีออฟฟิต และทีมงานสามารถอยู่กระจัดกระจายกันหลายประเทศทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยมีเทคโนโลยีเป็นตัวช่วยอำนวยความสะดวก
  4. ระบบการประมวลผลและการจัดเก็บข้อมูลบนฐานข้อมูลออนไลน์ ในรูปแบบ “คลาวด์” จะเข้ามามีบทบาทในการเป็นศูนย์กลางของการทำงานร่วมกัน ช่วยให้ทุกคนในองค์กรสามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลในการทำงาน นอกจากนี้คลาวด์ยังเข้ามาเพิ่มศักยภาพในการประมวลและวิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมหาศาลได้แบบ Real-time ช่วยให้องค์กรสามารถนำข้อมูลเหล่านี้ไปใช้เพื่อพัฒนาธุรกิจได้รวดเร็ว ค้นหาข้อมูลต่าง ๆ ได้ทันใจ และมีความหลากหลายของข้อมูลมากขึ้น
  5. เพื่อนร่วมงานของคุณอาจไม่ใช่แค่มนุษย์ ด้วยเทคโนโลยี Internet of Thing (IoT) ที่จะช่วยยกระดับอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้มีความเป็นอัจฉริยะมากขึ้น ลักษณะการทำงานในอนาคตจะลดการพึ่งพาแรงงานจากมนุษย์ลงและมีการทำงานโดยหุ่นยนต์ร่วมกับมนุษย์
  6. Big Data และความสามารถนำมาวิเคราะห์และบริหารจัดการให้เป็นระบบได้ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ นำไปสู่การสร้างขีดความสามารถทางการแข็งขัน ก่อให้เกิดประโยชน์ทั้งในด้านการวางแผนธุรกิจ การวิเคราะห์ลูกค้า และการคาดการณ์แนวโน้มต่าง ๆ และส่งต่อแต่สิ่งที่ลูกค้าต้องการจริง ๆ เท่านั้น
  7. การหางาน สมัครงานในลักษณะพนักงานประจำ อาจถูกแทนที่ด้วยการจ้างงานแบบ Gig Worker เช่น ตอนเช้าอาจจะรับงานฟรีแลนซ์ ตอนบ่ายออกไปเป็นคนขับ Grab ตอนเย็นรับจ้างสอนพิเศษ สามารถออกแบบได้การทำงานที่ตรงกับไลฟ์สไตล์ของตนเองได้เพื่อจัดสมดุลระหว่างการทำงานกับชีวิตส่วนตัว