จดหมายสมัครงาน เปิดโอกาสให้คุณอย่างไร

เมื่อส่งจดหมายเพื่อสมัครงานสิ่งที่สำคัญที่สุดคือจดหมายสมัครงานของคุณ ไม่ว่าประวัติส่วนตัวของคุณจะน่าประทับใจเพียงใดแอปพลิเคชันของคุณอาจลงถังรีไซเคิลหากจดหมายสมัครงานของคุณเรียบง่ายเกินไปหรือเลอะเทอะ นี่คือเคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณมีจดหมายปะหน้าของคุณ

 

หลีกเลี่ยงตัวเลขบางตัวในจดหมายสมัครงานของคุณ คุณอาจคิดว่าการมีอายุ 24 ปีขึ้นไปเป็นสิ่งที่มีประโยชน์มาก อย่างไรก็ตามไม่ใช่ทุกคนที่เห็นสิ่งต่าง ๆ ในแบบที่คุณทำ การเป็นเด็กก็หมายความว่าคุณยังขาดประสบการณ์และวุฒิภาวะที่จำเป็น พวกเขาจะหาอายุของคุณในที่สุดเมื่อพวกเขาได้ดูประวัติส่วนตัวของคุณ ไม่มีจุดเน้นจำนวนที่ไม่จำเป็นเหล่านี้

จดหมายของผู้สมัครส่วนใหญ่เริ่มต้นด้วย “ผู้ที่อาจกังวล” วิธีง่าย ๆ ในการทำคะแนนกับจดหมายปะหน้าของคุณคือการรวมชื่อของบุคคลที่คุณกำลังส่งใบสมัครงานของคุณ คุณอาจจะสงสัยว่า: ฉันจะรู้ชื่อของบุคคลนั้นได้อย่างไร เรียบง่ายเพียงค้นหาอินเทอร์เน็ตหรือโทรหาพนักงานต้อนรับ บ่อยครั้งที่คุณรู้จักการกำหนดพวกเขาเช่นผู้จัดการอาวุโสของแผนก X ใช้ข้อมูลนี้เพื่อรับชื่อของเขา

วางแผนจดหมายของคุณเพื่อให้ความยาวนั้นดีไม่สั้นหรือยาวเกินไป การแนะนำสำหรับย่อหน้าแรกกับตำแหน่งที่คุณสมัครเพื่อกล่าวถึง 2 ย่อหน้าต่อไปนี้ควรรวมถึงชุดทักษะของคุณ คุณสามารถอธิบายรายละเอียดบางอย่างที่ไม่ได้กล่าวถึงในประวัติการทำงานของคุณได้เช่นเหตุผลที่คุณเปลี่ยนงาน

หลักการเขียนจดหมายสมัครงาน

วิธีเขียนจดหมายสมัครงานที่มีประสิทธิภาพสำหรับการสมัครงาน เมื่อส่งจดหมายเพื่อสมัครงานสิ่งที่สำคัญที่สุดคือจดหมายสมัครงานของคุณ

ไม่ว่าประวัติส่วนตัวของคุณจะน่าประทับใจเพียงใดแอปพลิเคชันของคุณอาจลงถังรีไซเคิลหากจดหมายสมัครงานของคุณเรียบง่ายเกินไปหรือเลอะเทอะ นี่คือเคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณมีจดหมายปะหน้าของคุณ

 

หลีกเลี่ยงตัวเลขบางตัวในจดหมายสมัครงานของคุณ คุณอาจคิดว่าการมีอายุ 24 ปีขึ้นไปเป็นสิ่งที่มีประโยชน์มาก อย่างไรก็ตามไม่ใช่ทุกคนที่เห็นสิ่งต่าง ๆ ในแบบที่คุณทำ การเป็นเด็กก็หมายความว่าคุณยังขาดประสบการณ์และวุฒิภาวะที่จำเป็น พวกเขาจะหาอายุของคุณในที่สุดเมื่อพวกเขาได้ดูประวัติส่วนตัวของคุณ ไม่มีจุดเน้นจำนวนที่ไม่จำเป็นเหล่านี้

จดหมายของผู้สมัครส่วนใหญ่เริ่มต้นด้วย “ผู้ที่อาจกังวล” วิธีง่าย ๆ ในการทำคะแนนกับจดหมายปะหน้าของคุณคือการรวมชื่อของบุคคลที่คุณกำลังส่งใบสมัครงานของคุณ คุณอาจจะสงสัยว่า: ฉันจะรู้ชื่อของบุคคลนั้นได้อย่างไร เรียบง่ายเพียงค้นหาอินเทอร์เน็ตหรือโทรหาพนักงานต้อนรับ บ่อยครั้งที่คุณรู้จักการกำหนดพวกเขาเช่นผู้จัดการอาวุโสของแผนก X ใช้ข้อมูลนี้เพื่อรับชื่อของเขา

วางแผนจดหมายของคุณเพื่อให้ความยาวนั้นดีไม่สั้นหรือยาวเกินไป การแนะนำสำหรับย่อหน้าแรกกับตำแหน่งที่คุณสมัครเพื่อกล่าวถึง 2 ย่อหน้าต่อไปนี้ควรรวมถึงชุดทักษะของคุณ คุณสามารถอธิบายรายละเอียดบางอย่างที่ไม่ได้กล่าวถึงในประวัติการทำงานของคุณได้เช่นเหตุผลที่คุณเปลี่ยนงาน

ทำไมใครๆ ก็ต้องการหางานราชการ

เป็นที่รู้กันดีว่างานราชการสามารถตอบโจทย์ความต้องการของใครหลายคนในยุคปัจจุบันนี้ถึงแม้ว่าจะเป็นยุคของ generation ใหม่ๆเป็นยุคของ Gen X และ Gen Y รวมไปถึง Gen Z  ที่ใช้เทคโนโลยี และมีรูปแบบการทำงาน ที่ใช้โซเชียลมีเดียรวมไปถึงโลกออนไลน์ในการทำงานมากยิ่งขึ้น

ในอีกมุมหนึ่ง การรับราชการก็ยังเป็นที่ต้องการของใครหลายคน เพราะถึงแม้ว่างานราชการจะเงินเดือนน้อยแต่ก็ยังคงมีสวัสดิการต่างๆมากมาย  รวมไปถึงผลตอบแทนในระยะยาวนั่นก็คือเงินบำนาญ หรือเงินบำเหน็จที่เป็นเงินก้อน ซึ่งเราอาจจะใช้เป็นเงินตั้งหลักและดูแลตัวเองในบั้นปลายของชีวิตหลังจากเกษียณ  เหตุผลสำคัญข้อนี้ทำให้ใครหลายคนมองว่างานราชการคืองานที่มั่นคง

 

หางานราชการ

การหางานราชการ จึงเริ่มต้นขึ้น และในส่วนของงานรูปแบบราชการนี้  ยังเป็นรูปแบบของงานที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของใครหลายคน เช่นการทำงานวันจันทร์ถึงวันศุกร์ ได้หยุดเสาร์อาทิตย์  ซึ่งในบริษัทส่วนใหญ่ที่เป็นเอกชนในตอนนี้  เริ่มมีการขยายเวลาการทำงานเป็นจันทร์ถึงเสาร์  หรืออาจจะทำงานเสาร์ครึ่งวัน  หรืออาจจะมีการกำหนดให้ทำงานเสาร์เว้นเสาร์ในบางบริษัท  ขึ้นอยู่กับข้อตกลงของบริษัทต่างๆ

เนื่องจากพนักงานอาจจะมีข้อเรียกร้องในการเพิ่มเงินเดือนจึงต้องมีการทำการตกลงระหว่างบริษัทและพนักงานเจอกันครึ่งทางพนักงานทำงานเพิ่มขึ้นเป็นวันเสาร์อีก 1 วันหรือครึ่งวัน และก็จะได้รับเงินเดือนเพิ่ม ซึ่งหลายๆคนอาจจะไม่ชอบรูปแบบการทำงานในลักษณะนี้เพราะมองว่า อยากที่จะมีวันหยุดเอาไว้พักผ่อนใช้ชีวิตกับครอบครัวหรือทำกิจกรรมที่เราชื่นชอบหรือนอกจากนี้บางคนอาจจะยังอยากใช้วันหยุดเสาร์อาทิตย์ไปกับการสร้างรายได้เพิ่มเป็นช่องทางที่ 2 โดยการขายของออนไลน์หรือเปิดร้านขายของก็ยอมใดเช่นกัน

 

งานราชการจึงถือได้ว่าเป็นงานที่ตอบโจทย์สำหรับกลุ่มคนเหล่านั้นได้เป็นอย่างดี แต่ ในประเด็นของการสอบรับราชการสำหรับคนที่หางานราชการ นั้นก็ถือได้ว่าเป็นเรื่องที่หนักหนา  และเป็นเรื่องที่โหดหินอยู่พอสมควร  เพราะกว่าที่เราจะรับราชการนั้นเราย่อมต้องผ่านอุปสรรคขั้นตอนต่าง ๆ มากมายตั้งแต่การสอบ กพ. ซึ่งเป็นการสอบเพื่อให้ผ่านด่านแรกของการจะเป็นข้าราชการ

ที่สำคัญคือกว่าที่หลายคนจะผ่านการสอบ กพ. ได้นั้นใช้เวลาค่อนข้างยาวนาน บางคน 5 ปี บางคน 3 ปี บางคนผ่านได้ในปีเดียวนอกจากการสอบ กพ. แล้วยังมีการสอบภาค ก  และการสอบ ภาค ข ซึ่งบางคนใช้เวลาในการสอบทั้ง 2 ภาคนี้จนกว่าจะผ่านร่วม 10 ปี หลายคนฟังมาถึงตรงนี้แล้วอาจจะร้องโอ้โห พร้อมกับเบิกตาโตเลยล่ะว่าทำไมต้องใช้เวลานานขนาดนี้ แล้วเป็นเราจะรอไหวหรือ  แต่หลายคนก็มองว่าการใช้เวลา 10 ปีไปกับการสอบและได้รับราชการบรรจุเป็นพนักงานราชการนั้นก็ถือว่าคุ้มค่ากับผลตอบแทนและสิ่งที่ได้รับในบั้นปลายชีวิต

เพราะแน่นอนว่าในเหตุผลที่เราเกลิ่นไปในตอนต้นก็คือเงินบำเหน็จบำนาญและเงินเดือนที่ค่อนข้างมั่นคงเพราะถึงอย่างไรก็ตาม แม้ว่าบริษัทเอกชนจะมีการปิดตัวไปตามระบบเศรษฐกิจแต่ราชการไม่มีวันที่จะล้มหายตายจากไปไหนแน่นอนเหตุผลนี้ทำให้หลายคนก็ยังคงเลือกที่จะสอบเพื่อรับราชการไม่ว่าจะผ่านไปกี่ยุคกี่สมัยก็ตาม

งานราชการกับงานเอกชนแบบไหนดีกว่ากัน

งานราชการกับงานเอกชนแบบไหนดีกว่ากัน

งานราชการเขายังคงเป็นงานที่หลายคนต่างให้ความเห็นตรงกันว่าเป็นงานที่มีความมั่นคงมากกว่างานเอกชนแต่ในขณะเดียวกันมีคนกลุ่มใหญ่ และคนที่ไม่นิยมงานราชการก็ยังคงมองว่าการทำงานเอกชนดีกว่างานราชการซึ่งแน่นอนว่าความหมายหรือนิยาม ของคำว่าดีกว่าจากคนสองกลุ่มนี้ค่อนข้างแตกต่างกันอย่างแน่นอนซึ่งในส่วนของงานราชการนั้น ถือได้ว่าเป็นงานที่หลายคนใฝ่ฝันเนื่องจากว่าความเห็นที่มีต่องานนี้ ตั้งแต่รุ่นเบบี้บูมเมอร์รุ่นคุณพ่อคุณแม่ที่ป้อนมาสู่ลูกและบอกว่าข้าราชการเป็นงานที่มีความมั่นคงมีสวัสดิการมีการเบิกค่ารักษาพยาบาลหรือสามารถทำการกู้ยืมได้ทำให้หลายคนมองว่านี่คือโอกาส ที่จะทำให้เราสบายไปตลอดชีวิตหากได้รับราชการ ยังไม่นับรวมถึงเงินบำเหน็จบำนาญที่จะได้หลังจากเกษียณอีก คนที่มีมุมมองแบบนี้จึงเลือกที่จะทำงานราชการและพยายามที่จะสอบรับราชการให้ได้รวมไปถึงคนในยุคเบบี้บูมเมอร์นั่นก็คือรุ่นคุณพ่อคุณแม่ของเราเองที่พยายามส่งเสริมและสนับสนุน ให้บุตรหลานของตนสอบรับราชการให้ได้

แต่ในส่วนของภาคเอกชนคนที่มีความนิยมในการทำงานบริษัทเอกชนกลับมองว่า การทำงานในภาคเอกชนหรือบริษัทต่างๆได้รับเงินเดือนดีกว่าสวัสดิการก็ดีเช่นกันมีค่ารักษาพยาบาลและสวัสดิการอื่นๆตามที่กฎหมายคุ้มครองแรงงานกำหนดให้ว่าบริษัทต่างๆจะต้องมีบริการให้กับพนักงานในส่วนใดบ้างหรือมีสวัสดิการให้กับพนักงานต่างๆอย่างไรบ้างซึ่งก็ถือว่าเป็นการได้รับสิทธิประโยชน์อย่างครอบคลุมรวมไปถึงยังมีเงินเดือนดีกว่าการทำงานราชการอีกด้วยนอกจากนี้ในแง่มุมของการทำงาน คนที่ทำงานเอกชนส่วนใหญ่ไม่ชอบและไม่นิยมรูปแบบของการทำงานแบบราชการซึ่งหลายคนหากมองตามข้อเท็จจริงมักจะมองว่าระบบระเบียบราชการของบ้านเราค่อนข้างจะเป็นอะไรที่เช้าชามเย็นชาม เรื่อยๆไม่รีบร้อนมีความสบายจนหลายคนมองว่ามันจะสบายจนเกินไปการทำงานเอกชนปรับได้พัฒนาศักยภาพของตัวเองและได้แสดงความสามารถอย่างเต็มที่มีความเป็นอิสระชนในด้านการแสดงความคิดเห็นได้มากกว่า ตรงข้ามกับระบบราชการที่ค่อนข้างมีความเป็นสังคมแบบเด็กและผู้ใหญ่ ซึ่งเด็กก็จะต้องนอบน้อมอ่อนน้อมถ่อมตนรับฟังในสิ่งที่ผู้ใหญ่กล่าวมาทำให้โอกาสที่จะแสดงความคิดเห็นก็ลดน้อยถดถอยลงไปด้วย เพราะสภาพแวดล้อมและสังคมพาไปนั่นเอง

อย่างไรก็ตาม การงานราชการหรืองานเอกชนก็ดี ล้วนแต่เป็นงานที่มีทั้งข้อดีและข้อเสียด้วยกันทั้งสิ้นทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าเรายอมรับข้อดีและข้อเสียกับงานประเภทไหนมากกว่ากันและจึงเลือกทำงานประเภทนั้นเพื่อสร้างความสบายใจให้กับตัวเองมากที่สุด

 

เพิ่มความมั่นใจ เตรียมพร้อมก่อนสัมภาษณ์งาน

การสัมภาษณ์งานไม่ได้เป็นเรื่องที่ยากเลยหากเราเตรียมตัวไปก่อนล่วงหน้า คนที่หางาน แล้วไม่ได้งานอาจจะต้องมาพิจารณากันดูว่า คุณยังพลาดในส่วนไหนหรือเปล่า ถ้าเป็นส่วนการสัมภาษณ์ก็ลองดูตามนี้ เชื่อเถอะว่ามันน่าจะช่วยคุณได้มากทีเดียว

 

การเตรียมตัวเกี่ยวกับความรู้ที่ใช้ในการทำงาน และความเข้าใจเกี่ยวกับลักษณะงานเอาไว้ล่วงหน้าเวลาที่ผู้สัมภาษณ์ถามมา ก็จะสามารถตอบได้ นอกจากนั้นแล้ว ยังต้องเตรียมข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทไว้อีกด้วย ถ้าเราอยากจะทำงานที่ไหน เราก็ควรศึกษาองค์กรเขาไว้ด้วย

คำถามส่วนใหญ่ก็คล้ายๆกันทั้งนั้น หากว่าคุณมีการเตรียมตัวมาก่อน ย่อมจะสามารถตอบคำถามเหล่านี้ได้เป็นอย่างดีอยู่แล้ว และอย่าลืมว่า คำถามแต่ละอย่างควรจะมีทั้งน้ำและเนื้อ

เวลาผู้สัมภาษณ์ให้คุณแนะนำตนเอง เบื้องต้นคุณอาจจะแนะนำ ชื่อที่อยู่ พื้นฐานครอบครัว ประวัติการศึกษา ประวัติการทำงาน สำหรับคนที่ทำงานแล้ว ก็อธิบายให้ชัดไปเลยว่า งานที่ทำนั้นทำเกี่ยวกับอะไร งานประจำวันมีอะไรบ้าง เหตุผลที่ออกคืออะไร ส่วนคนที่เพิ่งเรียนจบก็ต้องพยายามอธิบายว่า ในระหว่างเรียนทำอะไรบ้าง นอกจากเรียนหนังสืออย่างเดียว

การเตรียมความพร้อมของเอกสาร ทั่วไปแล้ว เอกสารที่เราต้องเตรียมสำหรับการสมัครงาน ก็จะมี สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาวุฒิการศึกษา รูปถ่าย สำเนาใบรับรองการศึกษา

พยายามบอกนสิ่งที่ในใบสมัครไม่ได้เขียนไว้ หรือ อธิบายรายละเอียดเพิ่มเติมที่ไม่ได้เขียนไว้ในใบสมัครเพราะ หากเขาอยากจะรู้จักคุณ เขาก็อ่านใบสมัครงานก็รู้จักคุณแล้ว แต่เขาต้องการมากกว่านั้นจึงเรียกคุณเข้ามาสัมภาษณ์งาน

การทำความเข้าใจในตำแหน่งที่คุณสมัคร เวลาที่จะไปสมัครงานไหน คุณมีความเข้าใจในตำแหน่งงานมากแค่ไหน สิ่งที่คุณควรต้องทำคือ ศึกษาตำแหน่งงานนั้นให้ชัดเจน เงื่อนไขต่างๆ รายละเอียดของงาน วุฒิการศึกษา ส่วนใหญ่แล้ว การสมัครงานแล้วไม่ได้เรียกเข้าไปสัมภาษณ์นั่นเป็นเพราะคุณสมบัติของคนนั้นไม่ตรงกับรายละเอียดของงานต้องการนั่นเอง