เทรนด์การทำงานยุคดิจิทัล ถูกใจคน Gen Y ทั้งท้าทายและให้ความอิสระ

เทรนด์การทำงานยุคดิจิทัล

ไทยแลนด์ 4.0 มาพร้อมกับการนำเอาเทคโนโลยีที่เข้ามามีส่วนในการดำเนินชีวิต  ทั้งชีวิตประจำวัน ชีวิตส่วนตัว และการทำงาน  นอกจากเทคโนโลยีมาทำให้คนทำงานง่ายขึ้น ยังเข้ามาเปลี่ยนรูปแบบตลอดจนพฤติกรรมการทำงานของคนทำงานในยุคนี้ไปด้วย เกิดเป็นเทรนด์การทำงานยุคดิจิทัล ดังนั้นเมื่อคุณคิดจะหางาน สมัครงาน ก็ควรทำความเข้าใจกับเทรนด์การทำงานที่เปลี่ยนแปลงไปนี้ก่อน โอกาสในการหางาน สมัครงานให้ได้งานก็จะมากขึ้นไปด้วย อีกทั้งยังเป็นข้อมูลที่จะทำให้คุณเห็นช่องทางในการหางาน สมัครงาน ในรูปแบบใหม่ๆ ที่ตรงกับรูปแบบการทำงานที่เปลี่ยนแปลงไปด้วย  เรามาดูกันเลยว่าเทรนด์การทำงานยุคดิจิทัลนั้นเป็นอย่างไร

  1. ทำงานได้ทุกที่ทุกเวลา ด้วยการทำงานบนสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต รวมทั้งเครื่อข่ายอินเตอร์เนตที่สร้างความคล่องตัวในการทำงานมากขึ้น การนำเสนอผลงาน การประชุมงานสามารถทำได้ด้วยการใช้อุปกรณ์อย่างสมาร์ทโฟนและ Application ที่เข้ามาอำนวยความสะดวก ลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางและย่อโลกเข้ามาให้ใกล้กัน
  2. โลกของธุรกิจไม่มีขีดจำกัดแม้จะอยู่ห่างไกลกันคนละมุมโลก ผู้คนก็สามารถติดต่อสื่อสารกันได้รวดเร็ว โลกของธุรกิจก็สามารถขยายกิจกรรมและการดำเนินงานต่าง ๆ ได้อย่างไร้ขีดจำกัดเพียงอาศัยเทคโนโลยีและเครื่องมือในการทำงานที่มีประสิทธิภาพ สามารถขจัดปัญหาด้านระยะทาง และเชื่อมต่อทุกฟังก์ชั่นทางธุรกิจเข้าด้วยกันได้
  3. การทำงานในรูปแบบองค์การที่ต้องมีสถานที่ทำงานอย่างเป็นทางการ มีทีมงานที่ต้องพบหน้ากัน เปลี่ยนไปสู่การที่ไม่จำเป็นต้องมีออฟฟิต และทีมงานสามารถอยู่กระจัดกระจายกันหลายประเทศทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยมีเทคโนโลยีเป็นตัวช่วยอำนวยความสะดวก
  4. ระบบการประมวลผลและการจัดเก็บข้อมูลบนฐานข้อมูลออนไลน์ ในรูปแบบ “คลาวด์” จะเข้ามามีบทบาทในการเป็นศูนย์กลางของการทำงานร่วมกัน ช่วยให้ทุกคนในองค์กรสามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลในการทำงาน นอกจากนี้คลาวด์ยังเข้ามาเพิ่มศักยภาพในการประมวลและวิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมหาศาลได้แบบ Real-time ช่วยให้องค์กรสามารถนำข้อมูลเหล่านี้ไปใช้เพื่อพัฒนาธุรกิจได้รวดเร็ว ค้นหาข้อมูลต่าง ๆ ได้ทันใจ และมีความหลากหลายของข้อมูลมากขึ้น
  5. เพื่อนร่วมงานของคุณอาจไม่ใช่แค่มนุษย์ ด้วยเทคโนโลยี Internet of Thing (IoT) ที่จะช่วยยกระดับอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้มีความเป็นอัจฉริยะมากขึ้น ลักษณะการทำงานในอนาคตจะลดการพึ่งพาแรงงานจากมนุษย์ลงและมีการทำงานโดยหุ่นยนต์ร่วมกับมนุษย์
  6. Big Data และความสามารถนำมาวิเคราะห์และบริหารจัดการให้เป็นระบบได้ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ นำไปสู่การสร้างขีดความสามารถทางการแข็งขัน ก่อให้เกิดประโยชน์ทั้งในด้านการวางแผนธุรกิจ การวิเคราะห์ลูกค้า และการคาดการณ์แนวโน้มต่าง ๆ และส่งต่อแต่สิ่งที่ลูกค้าต้องการจริง ๆ เท่านั้น
  7. การหางาน สมัครงานในลักษณะพนักงานประจำ อาจถูกแทนที่ด้วยการจ้างงานแบบ Gig Worker เช่น ตอนเช้าอาจจะรับงานฟรีแลนซ์ ตอนบ่ายออกไปเป็นคนขับ Grab ตอนเย็นรับจ้างสอนพิเศษ สามารถออกแบบได้การทำงานที่ตรงกับไลฟ์สไตล์ของตนเองได้เพื่อจัดสมดุลระหว่างการทำงานกับชีวิตส่วนตัว

 

Please follow and like us: