งานราชการกับงานเอกชนแบบไหนดีกว่ากัน

งานราชการกับงานเอกชนแบบไหนดีกว่ากัน

งานราชการเขายังคงเป็นงานที่หลายคนต่างให้ความเห็นตรงกันว่าเป็นงานที่มีความมั่นคงมากกว่างานเอกชนแต่ในขณะเดียวกันมีคนกลุ่มใหญ่ และคนที่ไม่นิยมงานราชการก็ยังคงมองว่าการทำงานเอกชนดีกว่างานราชการซึ่งแน่นอนว่าความหมายหรือนิยาม ของคำว่าดีกว่าจากคนสองกลุ่มนี้ค่อนข้างแตกต่างกันอย่างแน่นอนซึ่งในส่วนของงานราชการนั้น ถือได้ว่าเป็นงานที่หลายคนใฝ่ฝันเนื่องจากว่าความเห็นที่มีต่องานนี้ ตั้งแต่รุ่นเบบี้บูมเมอร์รุ่นคุณพ่อคุณแม่ที่ป้อนมาสู่ลูกและบอกว่าข้าราชการเป็นงานที่มีความมั่นคงมีสวัสดิการมีการเบิกค่ารักษาพยาบาลหรือสามารถทำการกู้ยืมได้ทำให้หลายคนมองว่านี่คือโอกาส ที่จะทำให้เราสบายไปตลอดชีวิตหากได้รับราชการ ยังไม่นับรวมถึงเงินบำเหน็จบำนาญที่จะได้หลังจากเกษียณอีก คนที่มีมุมมองแบบนี้จึงเลือกที่จะทำงานราชการและพยายามที่จะสอบรับราชการให้ได้รวมไปถึงคนในยุคเบบี้บูมเมอร์นั่นก็คือรุ่นคุณพ่อคุณแม่ของเราเองที่พยายามส่งเสริมและสนับสนุน ให้บุตรหลานของตนสอบรับราชการให้ได้

แต่ในส่วนของภาคเอกชนคนที่มีความนิยมในการทำงานบริษัทเอกชนกลับมองว่า การทำงานในภาคเอกชนหรือบริษัทต่างๆได้รับเงินเดือนดีกว่าสวัสดิการก็ดีเช่นกันมีค่ารักษาพยาบาลและสวัสดิการอื่นๆตามที่กฎหมายคุ้มครองแรงงานกำหนดให้ว่าบริษัทต่างๆจะต้องมีบริการให้กับพนักงานในส่วนใดบ้างหรือมีสวัสดิการให้กับพนักงานต่างๆอย่างไรบ้างซึ่งก็ถือว่าเป็นการได้รับสิทธิประโยชน์อย่างครอบคลุมรวมไปถึงยังมีเงินเดือนดีกว่าการทำงานราชการอีกด้วยนอกจากนี้ในแง่มุมของการทำงาน คนที่ทำงานเอกชนส่วนใหญ่ไม่ชอบและไม่นิยมรูปแบบของการทำงานแบบราชการซึ่งหลายคนหากมองตามข้อเท็จจริงมักจะมองว่าระบบระเบียบราชการของบ้านเราค่อนข้างจะเป็นอะไรที่เช้าชามเย็นชาม เรื่อยๆไม่รีบร้อนมีความสบายจนหลายคนมองว่ามันจะสบายจนเกินไปการทำงานเอกชนปรับได้พัฒนาศักยภาพของตัวเองและได้แสดงความสามารถอย่างเต็มที่มีความเป็นอิสระชนในด้านการแสดงความคิดเห็นได้มากกว่า ตรงข้ามกับระบบราชการที่ค่อนข้างมีความเป็นสังคมแบบเด็กและผู้ใหญ่ ซึ่งเด็กก็จะต้องนอบน้อมอ่อนน้อมถ่อมตนรับฟังในสิ่งที่ผู้ใหญ่กล่าวมาทำให้โอกาสที่จะแสดงความคิดเห็นก็ลดน้อยถดถอยลงไปด้วย เพราะสภาพแวดล้อมและสังคมพาไปนั่นเอง

อย่างไรก็ตาม การงานราชการหรืองานเอกชนก็ดี ล้วนแต่เป็นงานที่มีทั้งข้อดีและข้อเสียด้วยกันทั้งสิ้นทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าเรายอมรับข้อดีและข้อเสียกับงานประเภทไหนมากกว่ากันและจึงเลือกทำงานประเภทนั้นเพื่อสร้างความสบายใจให้กับตัวเองมากที่สุด

 

Please follow and like us:

งานราชการกับมุมมองที่แตกต่างของ 4 Generation


 

การทำงานมีเงินถือว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่การทำงานมีเงินมีอิสระในการใช้ชีวิตสามารถเลือกรูปแบบงานและรูปแบบชีวิตตามที่ตัวเองต้องการได้นั้นถือว่าเป็นเรื่องที่ดีกว่า ซึ่งในวันนี้หากเรามองว่าสมัครงาน ราชการเป็นงานที่เป็นที่นิยม นั่นก็หมายความว่าเราอาจจะมีมุมมองเช่นเดียวกับคนรุ่นเบบี้บูมเมอร์ แต่ไม่ว่าอย่างไรคนที่นิยมทำ งานราชการก็ยังคงเลือกที่จะสอบรับราชการอยู่ดี แต่ก่อนอื่นใด ถ้าหากคุณเป็นหนึ่งคนที่กำลังสร้างทางเลือกให้กับตัวเองและไม่รู้ว่า จะเลือกอาชีพใดดีระหว่างรับราชการหรือทำงานในรูปแบบอื่นๆเราลองมาดูมุมมองของคน 4 Generation ต่องานราชการดูบ้างว่าเป็นอย่างไร

 

  • คนยุคเบบี้บูมเมอร์ หรือปัจจุบันก็เป็นคนรุ่นคุณพ่อคุณแม่คุณย่าคุณยายอายุอยู่ในช่วง 50 ถึง 70 ปี คนกลุ่มนี้ได้รับการสอนมาว่างานราชการเป็นงานที่ดีมีความมั่นคงมีสวัสดิการดีไม่มีเลยออฟ มีกินมีใช้ไปตลอดสามารถเบิกได้กู้ได้อย่างง่ายดายวงเงินสูงทำให้เราสบายไปตลอดชาติ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันนี้คือการรับราชการเป็นการเริ่มต้นเงินเดือนที่ค่อนข้างน้อย เมื่อเทียบกับงานเอกชน จึงทำให้งานเอกชนได้รับความนิยมสำหรับคนอีกกลุ่มหนึ่งมากกว่างานราชการนอกจากนี้ ข้อเสียของงานราชการก็คือไม่ค่อยมีโอกาสในการแสดงความคิดเห็นต่อการทำงานหรือเรื่องต่างๆ เท่าไหร่นัก
  • คนยุค Generation x  กลับมีมุมมองต่อการทำงานและมุมมองต่อคำว่างานที่ดี สำหรับคนช่วงอายุ 36 ถึง 50 ปีก็คือการทำงานในบริษัทเอกชนได้รับเงินเดือนสูงสวัสดิการดี ยิงถ้าเป็นบริษัทที่มีความมั่นคงมีรากฐานแข็งแรงบริษัทใหญ่ๆเช่นงานธนาคารงานบริษัทสื่อสาร งานในองค์กรเอกชนใหญ่ๆที่มีชื่อเสียงโอกาสที่เราจะใต้ ไต่เต้าในตำแหน่งหน้าที่งานก็มีสูง แต่ในยุคปัจจุบัน ปัญหาที่เกิดขึ้นสำหรับคนทำงานเอกชนก็คือเงินเดือนสตาร์ทเริ่มต้นไม่ได้สูงอย่างที่คิดและโอกาสที่เงินเดือนจะขึ้นต่อปีก็มีน้อยลงมาก ทั้งยังมีโบนัส น้อยลงกว่าทุกปีนั่นก็เป็นเพราะการผันผวนทางค่าเงินหรือเศรษฐกิจในปัจจุบันก็มีผลต่อผลประกอบการของบริษัทนั้นเอง
  • คน Gen Y  เป็นกลุ่มคนในยุคใหม่อายุในช่วง 21 ถึง 35 ปี คนกลุ่มนี้ เริ่มไม่ชอบในการทำงานประจำเพราะมองเห็นแล้วว่ารูปแบบในการดำเนินชีวิตไม่มีอิสระรับเงินเดือนน้อยต้องทำงานเยอะ กว่าจะได้ลืมตาอ้าปากก็ต้องใช้เวลาร่วม 20 ปีถึงตอนนั้นอายุก็คงจะเยอะมาก แผนความมั่นคงในอาชีพของการทำงานบริษัทอย่างมีน้อยลงกว่าในยุคก่อน เช่นเราจะพบว่ามีข่าวในการปลดพนักงาน layoff พนักงานออกเป็นจำนวนมากในหลายบริษัทที่เราไม่คิดว่า จะมีการปลดพนักงานได้เนื่องจากเป็นบริษัทใหญ่ดังนั้นคนเป็นวาย จึงเริ่มผ่านตัวเองจากการเป็นพนักงานประจำออกมาทำงานรับจ้างเป็นงานฟรีแลนซ์มากขึ้น
  • คนยุคใหม่ไฟแรงก็คือคน Gen Z เป็นวัยรุ่นในยุคปัจจุบันนี้อายุตั้งแต่ 18 จนถึง 21 ปี ซึ่งคนในยุคนี้ถือว่าเป็นเด็กใหม่ไฟแรงที่เกิดมาพร้อมกับเทคโนโลยีและแน่นอนว่าคนกลุ่มนี้มีมุมมองต่อการทำงาน คือไม่อยากทำงานประจำเลยตั้งแต่เรียนจบหลายคนจึงเลือกที่จะทำงานฟรีแลนซ์ในทันที และในปัจจุบันนี้ด้วยเทคโนโลยีที่พัฒนาไปไกลไม่ว่าจะเป็นโซเชียลมีเดียต่างๆ Facebook และ Instagram ทำให้เกิดการทำงานในรูปแบบของ Gig economy  ซึ่งก็คือรูปแบบของการทำงานอย่างหลากหลายใน 1 วันแน่นอนว่าคน Gen Z ชอบรูปแบบการทำงานแบบนี้เพราะทำงานจบเป็นจบๆไปไม่ต้องเสียเวลามากมาย

 

Please follow and like us:

เพิ่มความมั่นใจ เตรียมพร้อมก่อนสัมภาษณ์งาน

การสัมภาษณ์งานไม่ได้เป็นเรื่องที่ยากเลยหากเราเตรียมตัวไปก่อนล่วงหน้า คนที่หางาน แล้วไม่ได้งานอาจจะต้องมาพิจารณากันดูว่า คุณยังพลาดในส่วนไหนหรือเปล่า ถ้าเป็นส่วนการสัมภาษณ์ก็ลองดูตามนี้ เชื่อเถอะว่ามันน่าจะช่วยคุณได้มากทีเดียว

 

การเตรียมตัวเกี่ยวกับความรู้ที่ใช้ในการทำงาน และความเข้าใจเกี่ยวกับลักษณะงานเอาไว้ล่วงหน้าเวลาที่ผู้สัมภาษณ์ถามมา ก็จะสามารถตอบได้ นอกจากนั้นแล้ว ยังต้องเตรียมข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทไว้อีกด้วย ถ้าเราอยากจะทำงานที่ไหน เราก็ควรศึกษาองค์กรเขาไว้ด้วย

คำถามส่วนใหญ่ก็คล้ายๆกันทั้งนั้น หากว่าคุณมีการเตรียมตัวมาก่อน ย่อมจะสามารถตอบคำถามเหล่านี้ได้เป็นอย่างดีอยู่แล้ว และอย่าลืมว่า คำถามแต่ละอย่างควรจะมีทั้งน้ำและเนื้อ

เวลาผู้สัมภาษณ์ให้คุณแนะนำตนเอง เบื้องต้นคุณอาจจะแนะนำ ชื่อที่อยู่ พื้นฐานครอบครัว ประวัติการศึกษา ประวัติการทำงาน สำหรับคนที่ทำงานแล้ว ก็อธิบายให้ชัดไปเลยว่า งานที่ทำนั้นทำเกี่ยวกับอะไร งานประจำวันมีอะไรบ้าง เหตุผลที่ออกคืออะไร ส่วนคนที่เพิ่งเรียนจบก็ต้องพยายามอธิบายว่า ในระหว่างเรียนทำอะไรบ้าง นอกจากเรียนหนังสืออย่างเดียว

การเตรียมความพร้อมของเอกสาร ทั่วไปแล้ว เอกสารที่เราต้องเตรียมสำหรับการสมัครงาน ก็จะมี สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาวุฒิการศึกษา รูปถ่าย สำเนาใบรับรองการศึกษา

พยายามบอกนสิ่งที่ในใบสมัครไม่ได้เขียนไว้ หรือ อธิบายรายละเอียดเพิ่มเติมที่ไม่ได้เขียนไว้ในใบสมัครเพราะ หากเขาอยากจะรู้จักคุณ เขาก็อ่านใบสมัครงานก็รู้จักคุณแล้ว แต่เขาต้องการมากกว่านั้นจึงเรียกคุณเข้ามาสัมภาษณ์งาน

การทำความเข้าใจในตำแหน่งที่คุณสมัคร เวลาที่จะไปสมัครงานไหน คุณมีความเข้าใจในตำแหน่งงานมากแค่ไหน สิ่งที่คุณควรต้องทำคือ ศึกษาตำแหน่งงานนั้นให้ชัดเจน เงื่อนไขต่างๆ รายละเอียดของงาน วุฒิการศึกษา ส่วนใหญ่แล้ว การสมัครงานแล้วไม่ได้เรียกเข้าไปสัมภาษณ์นั่นเป็นเพราะคุณสมบัติของคนนั้นไม่ตรงกับรายละเอียดของงานต้องการนั่นเอง

Please follow and like us:

เว็บไซต์รับสมัครงานที่เป็นที่นิยม

                 จะสมัครงานแต่ละครั้งนั้นเมื่อก่อนยุ่งยากอย่างมากเลยไม่ว่าจะเป็นเรื่องการสมัครงานโดยการเดินเข้าไปสมัครกับบริษัทที่เราอยากจะไปทำโดยไม่รู้หรอกว่าทางบริษัทนั้นรับคนอยู่หรือเปล่า อาจจะทำให้ไปเก้อบ้างทุกๆอย่างล้วนแต่เป็นสิ่งที่ทุกคนควรจะให้ความร่วมมือและความมั่นใจอย่างมากกับเว็บไซต์รับสมัครงานที่ตอนนี้มาเป็นที่รู้จักกันเพิ่มมากขึ้นของคนในสังคมปัจจุบันนี้ การสมัครงานผ่านทางเว็บไซต์รับสมัครงานนั้นถือว่าเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างมากที่สุดเลยเพราะเราสะดวกมากไม่ต้องไปถึงบริษัทให้ยุ่งยาก เว็บไซต์รับสมัครงานจึงเป็นที่นิยมมากของคนในปัจจุบันนี้

ในตอนนี้มีผู้คนจำนวนมากที่จะหางานทำกันให้มากมายไม่ว่าจะเป็นเด็กจบใหม่หรือช่วงเวลาที่กำลังจะย้ายงานทุกเรื่องเป็นสิ่งที่สำคัญและเป็นสิ่งที่จำเป็นไปหมด การสมัครงานนั้นเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายและก็ไม่ยากเพราะว่าการสมัครงานนั้นในตอนนี้สมัครผ่านทางเว็บไซต์รับสมัครงานนั้นก็สะดวกสบายอย่างมากเพียงแค่เราเลือกว่าเราจะทำการสมัครงานกับบริษัทไหนที่มีคุณสมบัติตรงกับเราที่เราทำได้เพียงเท่านี้ก็ทำให้การสมัครงานของเรานั้นเป็นที่สำเร็จเรียบร้อย ก็รอการติดต่อกลับมาจากทางบริษัทหากบริษัทที่เราจะทำการสมัครนั้นได้อ่านเรซูเม่ของเราเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ส่วนมากเว็บไซต์รับสมัครงานในปัจจุบันมีมากมายเพียงแค่เสิตหาว่าเว็บไซต์รับสมัครงานเพียงแค่นี้ก็ขึ้นมาเต็มไปหมดเลยว่ามีของเว็บไซต์รับสมัครงานที่ไหนบ้าง การสมัครงานในปัจจุบันนี้เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมากเลยไม่ว่าเราจะทำอะไรก็ตามการยื่นเรซูเม่หรือประวัติส่วนตัวทิ้งไว้นั้นถือเป็นเรื่องที่ดีอย่างมากที่สุดเลยก็ว่าได้ การสมัครงานนั้นเราต้องมีความเตรียมพร้อมในทุกๆเรื่องเพราะหากเราได้เรียกตัวแล้วก็ต้องไปทำการสัมภาษณ์งานอีกทุกๆอย่างล้วนแต่เป็นสิ่งที่เราควรที่จะใส่ใจอย่างมากสำหรับการสมัครงาน ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าทุกอย่างต้องดูดีไปหมด

 

การไปสมัครงานต้องแต่งตัวสุภาพ

การสมัครงานนั้นหากเราโดนเรียกไปทำการสัมภาษณ์แล้วนั้นด่านนี้จะเป็นด่านที่ดีที่สุดเลยก็ว่าได้เราต้องมีสติมากๆบุคลิกภาพเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมากที่สุดเลยในการสัมภาษณ์งาน เสื้อผ้า หน้า ผม ทุกๆอย่างต้องเปะทำให้ดูดีไว้ก่อนและเรียบร้อยไว้ก่อนจะดีที่สุด ทั้งหมดนี้เราไม่ควรที่จะมองข้ามเลยเมื่อเราถูกเรียกไปสัมภาษณ์เพราะทางบริษัทเห็นข้อมูลจากเว็บไซต์รับสมัครงานถือเป็นโอกาสที่ของเราแล้วห้ามพลาดเลย

 

Please follow and like us:

เว็บไซต์รับสมัครงานของกลุ่มคนที่ต้องการหางาน

 

ในการหางานในแต่ละครั้งนั้นเป็นเรื่องที่ยากมากอย่างยิ่งเลยเพราะการหางานนั้นไม่ใช่ว่าจะเป็นเรื่องง่ายเลย การหางานนั้นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งเลยคือเราต้องรู้ตัวเองก่อนว่างานที่เราถนัดนั้นเราถนัดด้านไหนเพื่อที่ว่าให้การทำงานนั้นออกมามีคุณภาพและได้อัพเงินเดือนมากยิ่งขึ้น หลายๆคนในตอนนี้อยากจะเปลี่ยนงานหรือเด็กนักศึกษาในช่วงนี้ที่ต้องการจะทำงานจบใหม่นั้นก็มีมากมายเลยทีเดียว การที่เราจะหางานนั้นส่วนมากก็หาจากเว็บไซต์รับสมัครงานของกลุ่มคนที่ต้องการหางานใหม่กันทั้งนั้นเพราะว่าบริษัทผู้จ้างงานก็จะมาลงรายละเอียดอยู่แล้วว่าต้องการอะไรบ้าง คุณสมบัติแบบไหนที่ทางบริษัทต้องการทุกๆอย่างล้วนเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างมากที่สุดที่ไม่ควรมองข้ามกับเว็บไซต์รับสมัครงานเลย

เว็บไซต์รับสมัครงานอำนวยความสะดวกได้จริง

เว็บไซต์รับสมัครงานที่กล่าวมานั้นเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมากที่สุดเลยก็ว่าได้เพราะว่าการสมัครงานนั้นหลายๆคนก็ต้องการที่จะสมัครงานกันทั้งนั้นแต่ความสะดวกนั้นก็ขึ้นอยู่กับว่าใครต้องการสมัครงานแบบไหนมากกว่า การสมัครงานก็มีให้เลือกหลากหลายแบบในตอนนี้ไม่ค่อยมีคนเดินเข้าไปสมัครงานที่บริษัทกันหรอกเพราะว่าเสียเวลาไปๆมาๆหลายๆรอบ เว็บไซต์รับสมัครงานจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ใครหลายๆคนใช้การหางานหรือสมัครงานผ่านทางเว็บไซต์รับสมัครงานนี้ การสมัครงานนั้นเป็นเรื่องที่ยากอยู่เหมือนกันไม่ใช่ว่าเราจะยื่นเรซูเม่ไปบริษัทไหนแล้วบริษัทนั้นก็รับเราเข้าทำงานเลย หลายๆบริษัทก็ต้องมีคณะกรรมการกลางของฝ่ายนั้นๆที่เราจะเข้าไปทำงานมาทำการสัมภาษณ์งานก่อนว่าเราจะทำงานเนี่ยะมีคุณสมบัติที่ครบถ้วนอยู่ไหม หากคุณสมบัติไม่ครบถ้วนก็ไม่ควรที่จะเข้าไปทำงานที่บริษัทนั้นๆ ทุกๆอย่างในการสมัครงานนั้นก็ต้องมีขั้นตอนในการดำเนินการของมัน ไม่ใช่ว่าสมัครงานจะต้องได้งานเลยหากไม่ได้งานนี่เป็นเรื่องที่แย่มากเลยเว็บไซต์หางานนี้ไม่ได้เรื่อง แบบนี้เป็นความคิดที่ผิดอย่างมากเลย การสมัครงานนั้นทุกๆอย่างไม่ได้ขึ้นอยู่กับทางเว็บไซต์รับสมัครงาน ทุกๆอย่างต้องขึ้นอยู่กับทางบริษัทที่เราทำการส่งใบสมัครไปว่าเราสมัครงานไปนั้นทางบริษัทได้รับข้อมูลหรืออ่านเรซูเม่ของเราไปแล้วหรือยัง ทุกๆอย่างนั้นเราสามารถตรวจสอบได้ด้วยตนเองกับทางเบอร์โทรของทางบริษัทเพื่อให้เราได้มั่นใจในคำตอบว่าประวัติของเราได้ไปถึงฝ่ายบุคคลของทางบริษัทแล้วจริงๆ การสมัครงานผ่านเว็บไซต์รับสมัครงานจึงเป็นเรื่องที่ดีอย่างมาก

Please follow and like us: