อาชีพน่าทำ สำหรับคนที่กำลังหางานใหม่ๆ

อาชีพที่น่าทำในที่นี้จะขอพูดถึงอาชีพอิสระค่ะ เพราะในยุคนี้งานประจำอย่างเดียวอาจจะไม่พอ อาชีพอิสระหลายๆ อาชีพก็ยังคงเป็นที่นิยมและสามารถทำเงินได้เรื่อยๆ ในขณะที่บางอาชีพฮิตติดชาร์ตได้ประเดี๋ยวประด๋าวก็ซบเซาไปตามกาลเวลา เอาเป็นว่าเราไปดูอาชีพต่างๆ ที่ยังคงแรงต่อเนื่องและทำเงินได้เรื่อยๆ กันค่ะ

1.) ขายของออนไลน์

อาชีพนี้เป็นอาชีพที่มาแรงมากๆ ในยุคนี้นะคะแม้เวลาจะผ่านไปหลายปีแต่ก็ไม่ได้ทำให้ผู้ค้าออนไลน์ลดน้อยลงไปเลย กลับนับวันจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ นั่นเพราะในยุค IT เช่นนี้ ความสะดวกสบายใจการจับจ่ายใช้สอย นับเป็นเรื่องที่ใครหลายคนชื่นชอบค่ะ แค่คลิกเดียวของส่งถึงบ้าน ไม่ต้องไปเดินตลาดให้เหนื่อยกาย ทั้งนี้ ของที่ขายต้องเป็นที่นิยมด้วยนะคะ ที่มาแรงอย่างหนึ่งคือเสื้อผ้า โดยเฉพาะแนวชิคๆ คูลๆ ที่วัยรุ่นชอบกัน ยังไงก็ไม่มีตกเทรนค่ะ

2.) ช่างภาพอิสระ

ในยุคที่สื่อโซเชียลเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันเรามากมายเกือบจะ 100% เลยก็ว่าได้ การโพสต์รูปต่างๆ เพื่อบอกเล่าเรื่องราวที่ประสบพบเจอในแต่ละวัน ถือเป็นกิจวัตรประจำวันของเราไปแล้ว ทำให้อาชีพช่างภาพอิสระ กลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้งเมื่อต้องการรูปในวันสำคัญ โดยเฉพาะงานรับปริญญา ซึ่งถ่ายรูปกันตั้งแต่วันซ้อมย่อย ซ้อมใหญ่ แถมยังมีถ่ายรูปนอกรอบกันอีก งานแต่งงาน ตั้งแต่ถ่ายพรีเวดดิ้ง ในที่ต่างๆ ถ่ายรูปในวันจริง เหล่านี้เพื่อให้ได้ภาพที่เป็นที่ประทับใจ และลงรูปใน FB / IG ได้แบบภูมิใจค่ะ หรือแม้แต่ในการถ่ายภาพนิ่งสำหรับนิตยสารต่างๆ ก็ยังเป็นที่ต้องการค่ะ แถมยังสามารถทำเงินได้เป็นกอบเป็นกำจากการขายภาพสต๊อกด้วยนะคะ

 

3.) ช่างแต่งหน้าอิสระ

อาชีพนี้มาพร้อมๆ กับช่างภาพอิสระค่ะ เรียกว่ามีช่างแต่งหน้าที่ไหนต้องมีช่างภาพที่นั่น ซึ่งอาชีพช่างแต่หน้านี้ได้รับเสียงตอบรับจากผู้ใช้บริการมากขึ้นกว่าในสมัยอดีต เพราะโลกเปลี่ยนไปความนิยมก็เปลี่ยนตามค่ะ ก็ตั้งแต่ที่ถือกำเนิดเกิด Face book , Instagram ขึ้นมา การจะออกสื่อก็จะมาหน้าสดไม่ได้แล้วค่ะ ดังนั้นงานเพื่อนเจ้าสาว งานเจ้าสาว งานถ่ายพรีเวดดิ้ง งานรับปริญญา ซ้อมใหญ่ ซ้อมย่อย งานเลี้ยงรุ่น งานรื่นเริง แม้กระทั่งงานวันเกิด อาชีพช่างแต่งหน้าก็วิ่งงานกันไม่หวาดไม่ไหว เรียกว่าไม่ได้หลับนอนกันทีเดียวค่ะ ซึ่งที่เล่ามาทั้งหมดนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของงานอาชีพนี้นะคะ ความจริงแล้วยังมีแหล่งงานอีกเพียบ สำหรับอาชีพช่างแต่งหน้าอิสระค่ะ
ใครที่กำลังมองหางานใหม่ๆ หรือสร้างอาชีพใหม่ๆ เป็นทางเลือกให้ตัวเองก็ลองดูความชอบส่วนตัว แล้วหาความรู้เป็นจริงเป็นจัง ก็ไม่เลวนะคะ

Please follow and like us:

Flexible Benefits อีกสิ่งควรรู้เพื่อประกอบการตัดสินใจเข้าทำงาน

การให้สวัสดิการที่สอดคล้องกับความต้องการของคนในองค์กรที่มีความหลากหลายในปัจจุบันทำให้ดึงดูดผู้ที่กำลังหางานได้มากขึ้น เพราะคนเดี๋ยวนี้หางานที่สามารถทำให้การใช้ชีวิตของเขาดีขึ้น การกำหนดสวัสดิการแบบยืดหยุ่นหรือ Flexible Benefits จะช่วยทำให้ดึงดูผู้หางานที่ตรงความต้องการขององค์กรมากขึ้น Flexible Benefits เรามาดูรูปแบบของ กันสิว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง

รูปแบบแรก

ใครชอบแบบไหนเลือกได้ตามต้องการ  เช่น พนักงานที่อยู่ในวัยกลางคนมีครอบครัวก็ไม่อยากไปเที่ยวกับองค์กรเพราะเอาครอบครัวไปไม่ได้ ก็สามารถขอใช้สวัสดิการรูปแบบอื่นได้  เด็กรุ่นใหม่ที่ชอบการท่องเที่ยวแบบลุยๆก็ไม่จำเป็นต้องใช้สิทธิไปเที่ยวเป็นกลุ่มกับองค์กรแต่รับสวัสดิการรูปแบบอื่น เช่น เข้าคอร์สเรียนภาษา คอร์สการถ่ายภาพ ทดแทนได้

สวัสดิการ การทำงาน

รูปแบบที่สอง

ทำให้รู้ว่าองค์กรแคร์พนักงาน ด้วยเรื่องง่ายๆ  เช่น  ส่งพนักงานไปทำความสะอาดใหญ่ที่บ้านของพนักงานปีละ 1 – 2 ครั้งตอบโจทย์คนทำงานที่ไม่ค่อยมีเวลาดูแลบ้าน ให้คุณพ่อลดคลอดได้ ให้พาลูกมาเลี้ยงที่ทำงานได้ โดยมีสถานที่สำหรับเด็กเล็กมีพี่เลี้ยงและให้เวลาพ่อมาในการทำกิจกรรมร่วมกับลูกในที่ทำงาน บางคนที่ไม่มีลูกก็สามารถนำสัตว์เลี้ยงมาที่องค์กร การมีสัตว์เลี้ยงอยู่ใกล้ๆมีผลต่อการทำงานที่ดีขึ้นของพนักงาน  น้องหมาน้องแมวจึงสามารถมาที่ทำงานได้ โดยไม่รบกวนพนักงานคนอื่น

รูปแบบที่สาม

อะไรไม่เคยทำแต่คนอยากได้ก็หามาให้ซะ เช่นเรื่องของความสวยความงาม ถ้าคุณทำให้พนักงานรู้สึกได้รับการดูแลเรื่องนี้ เขาจะมีใจในการทำงานมากขึ้นเลยทีเดียว ทำได้ง่ายๆเช่น ให้บริการสระผมทำผมฟรีที่ออฟฟิต หรือให้ของขวัญแก่ผู้ที่สะสมคะแนนตรงตามที่องค์กรกำหนดไว้เป็นบัตรกำนัลเกี่ยวกับการไปทำความสวย อย่าง สปาอาบน้ำแร่แช่น้ำนม  นวดผ่อนคลายนวดหน้า ทำทรีตเม้น

รูปแบบที่สี่

มากกว่าการให้ความสบายทางกายก็ไม่ลืมที่จะบำบัดจิตใจของพนักงาน  โดยมีการให้บริการที่ปรึกษาแก่พนักงานทั้งเรื่องปัญหาการทำงาน ปัญหาชีวิต ปัญหาการเงิน การวางแผนทางการเงิน เน้นให้อยู่ดีมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง มีทั้งบริการฝังเข็ม ทำกายภาพบำบัด ตรวจสุขภาพกายและใจ

รูปแบบที่ห้า

เปิดโอกาสให้พนักงานจะได้ใช้ชีวิตออกไปเปิดหูเปิดตาท่องโลกกว้าง ลาพักผ่อนได้แบบเต็มที่ สะสมวันลามาใช้ได้ เงื่อนไขของการลามีทั้งรับเงินเดือนและไม่รับเงินเดือน การให้พนักงานได้หยุดชาร์ตแบตให้ตัวเองบ้างจะทำให้ไฟการทำงานของเขามีมากขึ้น

วันนี้องค์กรของคุณจัดให้มี   Work-Life Balance  และมี Flexible Benefits  แล้วหรือยังองค์กรทั่วโลกกำลังตื่นตัวในเรื่องนี้ และเป็นผลดีในการดึงดูดคนหางาน และรักษาพนักงานเก่าได้เป็นอย่างดี ลองนำไปปรับใช้ดูน่าจะเกิดผลดีกับองค์กรของคุณแน่ๆ

Please follow and like us:

ต่อสู้อย่างไรในสงครามสรรหาคนเก่ง เพื่อให้ได้ผู้สมัครงานที่ตรงความต้องการขององค์กร

การสรรหาผู้สมัครงานที่เหมาะสมกับตำแหน่งงานที่ว่างให้ได้รวดเร็วที่สุด เพื่อลดค่าใช้จ่ายและให้ทันต่อการใช้งานเป็นความท้าทายขององค์กรเป็นอย่างมากยิ่งในสถานการณ์ที่องค์กรต่างก็แข่งขันสรรหาผู้สมัครงานที่เป็นคนเก่งมาร่วมงาน แบบนี้แล้วองค์กรจะรับมืออย่างไร

การสร้างแรงดึงดูดให้คนเก่งวิ่งเข้ามาหาองค์กรเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่องค์กรยุคใหม่ควรนำไปพิจารณาวิธีการแบบนี้คล้ายกับการทำมาร์เก็ตติ้ง ตำแหน่งงานว่างคือสินค้า ผู้สมัครงานคือลูกค้า หากคุณรู้ว่าองค์กรต้องการคนแบบไหนละคุณสามารถที่จะเข้าถึงคนกลุ่มนี้ได้โดยนำเสนอภาพลักษณ์องค์การ   แผนการดูแลและพัฒนาบุคลากร  และสื่อสารข้อมูลเหล่านี้ไปยังผู้สมัครงาน

ประกาศรับสมัครงาน

สร้างแรงจูงใจจากค่าตอบแทนและสวัสดิการ

กำหนดค่าตอบแทนและสวัสดิการให้สูสีกับบริษัทอื่น ๆ ในแวดวงเดียวกัน โอกาสที่ผู้สมัครคุณสมบัติดี ๆ จะสนใจก็ย่อมมีมากขึ้น ในส่วนนี้ต้องศึกษาให้ดีว่าองค์กรของคุณมีความสามารถจ่ายได้เพียงใดแต่ถ้าจ่ายได้ต่ำกว่ามาตรฐานทั่วไป ตำแหน่งงานของบริษัทก็อาจจะถูกมองข้ามไปเลยก็ได้

ลงประกาศตรงกลุ่มเป้าหมาย

ประกาศรับสมัครที่สื่อสารออกไปยังหางาน ต้องทำผ่านสื่อที่เข้าถึงได้ง่าย เช่นการประกาศสมัครงานผ่านทางออนไลน์ โดยต้องดูผ่านสมาร์ทโฟนได้ ใช้ Social network ให้เป็นประโยชน์ข้อมูลลงประกาศต้องชัดเจน ครบถ้วน และถูกต้องทั้งบ่งบอก เนื้องานและผลตอบแทน ทำรูปแบบของประกาศรับสมัครงานให้น่าสนใจ ออกแบบให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย ระบุข้อความที่เชิญชวนและทำให้รู้ว่าคุณกำลังสรรหาคนที่จะมาร่วมสร้างสรรค์องค์กร

หากบริษัทของคุณมี Facebook page รวมทั้ง Social network อื่น ๆ ก็จงใช้เป็นช่องทางในการประกาศรับสมัครงานและสื่อสารภาพลักษณ์ขององค์กร วิธีการนี้สามารถทำได้โดยให้พนักงานขององค์กรสื่อสารข้อดีขององค์กรออกไปอย่างไม่เป็นทางการ

เข้าร่วมโครงการคัดสรรบุคลากรกับหน่วงงานต่างๆ

การเข้าไปสรรหาผู้สมัครและคนที่เหมาะกับการมาร่วมงานกับองค์กรจากสถาบันการศึกษาโดยตรง เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่คุณสามารถจองตัวคนเก่งได้ โดยสามารถทำได้ด้วยการเป็นผู้สนับสนุนกิจกรรมต่าง ๆ ของสถานศึกษา  การจัดมอบทุนการศึกษาแก่นักศึกษา ยังช่วยในเรื่องภาพลักษณ์องค์กรอีกด้วย

คัดสรรจากบุคลากรที่พัฒนาได้

มองหาพนักงานใหม่จากกลุ่มเด็กฝึกงานที่มีแวว  เป็นประโยชน์ทั้งกับตัวนักศึกษาและองค์กรที่สามารถประเมินผลงานการทำงานจริงๆ การยื่นข้อเสนอการจ้างงานต่อกับเด็กกลุ่มนี้ทำให้ลดขั้นตอนการคัดเลือกลงไปไก้มาก

อีกหนึ่งทางเลือกในการหาคนเก่งมาทำงานให้ทันเวลา และมั่นใจได้ว่าจะเป็นคนที่มี DNA เดียวกับองค์กรคือ การใช้บริการมืออาชีพจะช่วยลดความยุ่งยาก และองค์กรสามารถคัดเลือกคนที่มีคุณสมบัติเบื้องต้นที่ผ่านเกณฑ์ได้ง่ายขึ้น

สมัยนอกจากคุณวิ่งเข้าหางาน องค์กรเองก็ต้องวิ่งหาคนเก่งเพื่อจีบให้มาทำงานด้วย การที่องค์การทำตัวให้เนื้อหอมก็ยิ่งจะทำให้เจอเนื้อคู่ที่จะมาร่วมงานที่เหมาะสมมากขึ้น ดังนั้นองค์กรต้องใส่ใจในรายละเอียดของข้อมูลที่ให้และรูปแบบที่ใช้ในกระบวนการสรรหาผู้สมัครงานให้มาก และต้องตอบโจทย์โลกของการแข่งขันในสงครามสรรหาคนเก่งในยุคปัจจุบัน

Please follow and like us:

เด็กจบใหม่เตรียมตัวให้ดี ถ้ามีสมรรถนะและทักษะแบบนี้ สมัครงานที่ไหนก็ผ่านฉะลุย

หากเราถามไปยังองค์กรถึงพฤติกรรมการสมัครงานของเด็กจบใหม่มักพบว่า เด็กจบใหม่ที่มาสมัครงานนั้น การเรียกเงินเดือนสูงเกินไป  เลือกงาน  เลือกองค์กร และการขาดทัศนคติเชิงบวก  ใครเข้าข่ายแบบนี้ก็มักได้ตำแหน่งผู้ว่างงานมาครอง การทำตัวให้เป็นผู้ถูกเลือก

โดยพัฒนามีสมรรถนะและทักษะให้ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงานจึงเป็นสิ่งที่เด็กจบใหม่ที่กำลังจะไปสมัครงานต้องทำให้ได้

การสัมภาษณ์งาน

การเรียนรู้พัฒนาตนเอง

HR หลายองค์กรมองหา คุณลักษณะ (Competencies) มองหาสิ่งเหล่านี้ในตัวผู้สมัครงานที่เป็นเด็กจบใหม่ โดยให้ความสำคัญความสามารถในการเปิดรับความรู้ใหม่และพัฒนาตนเองได้ การเป็น”น้ำครึ่งแก้ว” เป็นสิ่งที่องค์กรต้องการมากกว่าการทำตัวเป็นน้ำเต็มแก้ว

การทำงานร่วมกับผู้อื่น

ต่อมาคือคุณลักษณะของการทำงานเป็นทีมหรือร่วมมือกับผู้อื่นเป็นคุณลักษณะที่สำคัญ  การทำงานเป็นทีมนั้นนอกจากการรับฟังคำสั่งแล้วยังต้องมีการระดมสมองคิดสิ่งใหม่ๆและแก้ปัญหาร่วมกันร่วมกันในทีม  การทำงานเป็นทีมต้องมีความเคารพซึ่งกันและกัน มีมารยาทและเชื่อใจกันอีกด้วย

นอกจากนี้ HR ยังมองหาความกระตือรือร้นในการเรียนรู้ การเรียนรู้ที่ไม่มีวันสิ้นสุด ในโลกที่เทคโนโลยีล้ำสมัยสนองตอบต่อการเรียนรู้มากมาย หากเด็กจบใหม่หยุดตัวเองไว้ที่การเรียนรู้แบบเดิมๆก็คงไม่ดีแน่  ความรู้ และนวัตกรรมใหม่ก้าวเข้ามาในชีวิตของผู้คนและมีผลต่อการทำงานและสร้างการความสามารถให้องค์กร หากเด็กจบใหม่ไม่สนใจที่จะเรียนรู้ก็คงไม่ดีแน่

team work

ในส่วนของทักษะต่าง ๆที่ องค์กรต้องการให้เด็กจบใหม่มีและมีพน้อมสำหรับนำมาใช้สนับสนุนการทำงานได้แก่   ทักษะด้านการสื่อสาร (เป็นสิ่งสำคัญอย่างงยิ่งในทุกยุคทุกสมัย การสื่อสารเป็นตัวเชื่อมโยงทุกหน่วยงาน เพื่อให้ทุกคนให้เข้าใจในทิศทางเดียวกัน หากขาดทักษะด้านการสื่อสารแล้วก็จะทำให้งานเกิดประสิทธิผลช้า เกิดการสับสนในการทำงาน

ทักษะด้านภาษา

แน่นอนว่าคือภาษาอังกฤษ และยังรวมไปถึง ภาษาที่ 3 อย่าง ภาษาจีนหรือ ภาษาญี่ปุ่น ฯ และยิ่งหากเป็นบริษัทที่ต้องร่วมงานกับชาวต่างชาติ ยิ่งมีความสำคัญมาก

ทักษะเฉพาะทาง

ทักษะเฉพาะตามสายอาชีพ เช่น มีความเป็นครูที่มีความพร้อมในการถ่ายทอดความรู้ให้นักเรียน  เป็นวิศวกรที่ใช้เครื่องมือต่างๆได้ดี     เป็นนักบัญชีที่สามารถจัดการบัญชีได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เด็กจบใหม่ส่วนใหญ่ อาจขาดประสบการณ์การทำงาน แต่คุณลักษณะ และทักษะต่าง ๆ ที่ที่กล่าวมานี้สามารถที่จะฝึกฝนตนเองได้ตั้งแต่ยังไม่จบการศึกษา ดังนั้นอย่างรอช้าเตรียมตัวเองให้พร้อมก่อนเข้าสู่ตลาดแรงงาน พัฒนาตัวเองให้โดดเด่นเพื่อเป็นตัวเลือกที่มีประสิทธิภาพเข้าตาองค์กร

Please follow and like us:

6 คุณสมบัติของเด็กจบใหม่ที่นายจ้างการมองว่าน่าสนใจกว่าคนเจนงาน

เด็กจบใหม่มักจะถูกมองและมองตัวเองว่าไม่อาจสู้กับผู้สมัครงานที่มีประสบการณ์ได้ จริงแล้วไม่เป็นอย่างนั้นเสมอไปเพราะเด็กจบใหม่ก็มีคุณสมบัติบางอย่างที่ทำให้นายจ้างสนใจจ้างงานมากกว่าการจ้างงานผู้สมัครงานที่มีประสบการณ์

คุณสมบัติที่นายจ้างมองเห็นในตัวผู้สมัครงานที่เป็นเด็กจบใหม่

  1. ไฟแรงเฟ่อ !!! ร้อนวิชาและมีทัศนคติที่ดีต่อการทำงาน ส่วนคนทำงานมานานนั้นมักทำงานด้วยความชิน แต่สำหรับเด็กจบใหม่ทุกอย่างคือความท้าทาย  พร้อมปล่อยของทุกอย่างที่มีอยู่ในตัวเพื่อพิสูจน์ตัวเอง
  2. เติมลงไปได้อีกมาก ไม่ทำตัวเป็นน้ำเต็มแก้ว พร้อมปล่อยของ และยังเป็นน้ำครึ่งแก้วที่พร้อมเปิดรับความรู้ใหม่ ๆ เพื่อที่จะพัฒนาทักษะ และศักยภาพในการทำงานสามารถทำพัฒนาศักยภาพตัวเองได้อย่างรวดเร็ว
  3. ไม่รีรอ ไม่คิดเยอะ กล้าได้กล้าเสีย พร้อมจะเสี่ยง ไม่กลัวการก้าวพลาด ทำงานแบบถึงไหนถึงกัน เมื่อผิดพลาดพร้อมที่จะลุกขึ้นมาอย่างรวดเร็ว พร้อมจะเดินหน้าแก้ไข  และไม่โดยนความผิดให้ผู้อื่น
  4. ทันโลกไม่หลบอยู่หลังเขา อยากรู้ อยากเห็น พร้อมที่จะหาข้อมูลที่พวกเขาอยากรู้ และรู้จักแหล่งข้อมูลใหม่ ๆ ที่ทันสมัย ทันโลก ทันเหตุการณ์ ทันต่อโลกยุคดิจิทัล  ในขณะที่คนที่คิดว่าตัวเองเก๋าแล้วมีประสบการณ์มากจะเชื่อตัวเองและขาดการหาข้อมูล แบบนี้ทำองค์กรแย่มามากต่อมาก
  5. โฟกัสทุ่มเทเวลาให้กับการทำงาน ได้มากกว่าคนที่มีอายุมาก ที่มีครอบครัว เด็กจบใหม่พร้อมที่จะสละเวลาส่วนตัวบางส่วนเพื่อให้งานเดินถึงเป้าหมาย เป็นวันที่โฟกัสที่งานมากกว่าอะไรทั้งหมด เพราะต้องการสร้างฐานะและพิสูจน์คามสามารถของตัวเอง เต็มไปด้วยขุมพลังและความมุ่งมั่นที่จะเติบโตในสายงาน
  6. กระตือรือร้นเป็นเรื่องปกติ โลกของการทำงาน ต้องการคนที่มีความกระฉับกระเฉงยิ่งในวันที่มีการแข็งขันกันสูงอย่างนี้แล้ว คนเก่าๆที่แก่ๆ อาจก้าวไม่ทันจังหวะการเปลี่ยนแปลง แต่เด็กจบใหม่แทบจะทุกคน พร้อมจะเอาชนะการเปลี่ยนแปลงและสร้างโอกาสจากการเปลี่ยนแปลง

รู้แบบนี้แล้ว เด็กจบใหม่ อย่าเพิ่งท้อใจไป ยังมีองค์กรอีกหลากหลายองค์กรที่พร้อมรับคุณเข้าทำงาน จงทำตัวเป็นเด็กจบใหม่ที่พร้อมต่อการทำงาน เส้นทางของการทำงานยังคงเปิดรับคุณอยู่เสมอเพียงแต่ว่าคุณต้องโดดเด่นพอที่องค์กรจะให้ความสนใจในตัวคุณ วันนี้นอกจากจะให้นายจ้างมายื่นข้อเสนอการทำงานให้คุณ คุณเองก็ต้องพร้อมต่อการเสนอตัวเองเพื่อให้นายจ้างมองเห็นคุณสมบัติดีๆในตัวคุณด้วยเช่นกัน

Please follow and like us:

เปลี่ยนจุดด้อยให้เป็นโอกาส เมื่อคุณต้องไปสัมภาษณ์งานที่คุณขาดคุณสมบัติบางประการ

หลายองค์กรเปิดโอกาสให้ผู้สมัครงานที่มีคุณสมบัติไม่ครบถ้วนเข้าสู่กระบวนการสัมภาษณ์งาน ทั้งนี้เพราะพิจารณาเห็นว่าอาจจะสามารถพัฒนาคนเหล่านั้นให้มีคุณสมบัติครบถ้วนได้หรือเห็นคุณสมบัติเด่นบางประการที่สามารถทดแทนคุณสมบัติด้อยบางประการได้

คุณเองก็ควรที่จะเปลี่ยนจุดด้อยให้เป็นโอกาส เรามาดูสิว่าผู้สมัครงานที่ขาดคุณสมบัติบางประการจะสามารถนำเสนอตัวเองให้เข้าตากรรมการได้อย่างไร

กรณีที่คุณมีประสบการณ์ทำงานประจำมาน้อย คุณอาจนำเสนอว่าคุณนั้นผ่านงานพิเศษสมัยเรียน ผ่านการทำกิจกรรมเป็นทีม เมื่อสมัยเรียนมหาวิทยาลัยแม้ว่าประสบการณ์นั้นจะไม่สัมพันธ์กับงาน แต่คุณก็ได้เรียนรู้ทักษะบางอย่างที่จำเป็นต่อการทำงานในอนาคต

กรณีของเด็กที่เน้นเรียนอย่างเดียวไม่เคยร่วมกิจกรรมใด ๆ เลย จงบอกออกไปให้รู้ว่าคุณสามารถที่จะจัดการกับกิจกรรมตามบทเรียนได้เป็นอย่างดี ทำงานในกำหนดระยะเวลาได้ทัน ผลงานออกมาดีอย่างไร มีความสามารถในการนำเสนอผลงานอย่างไร หากผลการเรียนดี และได้รับทุนการศึกษายังเป็นอีกจุดแข็งหนึ่งที่คุณสามารถนำมาเสนอให้คุณมีจุดเด่นขึ้นมาได้

ผลการเรียนต่ำ

หากผลการเรียนต่ำ บางคนก็ท้อแท้ที่จะสมัครงาน แต่เมื่อได้โอกาสก็ควรรักษาไว้ให้ดี หากสาเหตุของการมีผลการเรียนต่ำเกิดจากความไม่พร้อมของครอบครัวคุณจำเป็นต้องหารายได้ระหว่างเรียนทำให้การใส่ใจกับการเรียนมีน้อยลงก็พอฟังได้ แต่ถ้าไม่เป็นเช่นนั้น คุณควรนำเสนอว่า แม่ผลการเรียนต่ำแต่คุณก็รับผิดชอบตัวเองจนจบการศึกษาออกมาได้  และคุณก็ได้พัฒนาตัวเองในทักษะที่มีคะแนนผลการเรียนต่ำ เพื่อเตรียมพร้อมในการทำงานแล้ว

อายุน้อยเกินไป

กรณีที่คุณมีอายุน้อยเกินไป  บางตำแหน่งงานต้องการคนที่มีอายุ เช่น 30 ปีขึ้นไปเพราะถือว่ามีวัยวุฒและประสบการณ์ ซึ่งมีผลต่อการทำหน้าที่ เช่น การตัดสินใจ การควบคุมลูกน้อง แต่ถ้าคุณอายุน้อยก็ยังสามารถที่จะนำเสนอตัวเองว่าการที่อายุน้อยนั้นมีผลดีต่องานอย่างไร เช่น คุณยินดีทำงานอย่างเต็มที่แม้จะได้เงินเดือนน้อยกว่าผู้มีประสบการณ์ ความเป็นคนรุ่นใหม่จะทำให้คุณมีไอเดียดีๆมานำเสนอกับทีม

หากคุณขาดคุณสมบัติสำคัญบางประการ ที่จำเป็นต่อการทำงานในตำแหน่งงาน คุณต้องแสดงให้เห็นว่าการที่คุณได้รับโอกาสในการเข้าทำงานคุณมีแนวทางในการพัฒนาตัวเองให้มีคุณสมบัติเพียบพร้อมต่อการทำงานได้อย่างไร มีแผนในการศึกษาเพิ่มเติมอย่างไร ด้วยวิธีการใด กำหนดระยะเวลาที่จะเห็นผลเมื่อใด และคุณพร้อมที่จะลงทุนเพื่อการเรียนรู้ด้วยตนเอง หรือพร้อมที่จะรับการสนับสนุนจากองค์กรและทำตามเงื่อนไขของการรับทุนเพื่อตอบแทนองค์กร

Please follow and like us:

เมื่อต้องหางานใหม่ อย่ากังวลใจมาสร้างความมั่นใจให้คุณพร้อมลุยกันเถอะ

การตัดสินใจที่สำคัญอย่างหนึ่งในชีวิตคนทำงานก็คือ การหางานใหม่ บางคนสมัครใจที่จะหางานใหม่ บางคนจำเป็นที่ต้องหางานใหม่ ยิ่งบางคนที่ทำงานมานานในองค์กรหนึ่งหรือสายงานหนึ่งเมื่อต้องเปลี่ยนงานและหางานใหม่ความกังวลย่อมเกิดขึ้น

ต่างจากกลุ่ม  job hopper ที่เปลี่ยนงานบ่อยๆเป็นเรื่องปกติ วันนี้หากคุณกำลังต้องหางานใหม่ มาสร้างความมั่นใจเพิ่มขึ้นกันเถอะ เริ่มที่ตรงไหนอย่างไรดี มาดูไปพร้อมกัน

สร้างความมั่นใจ

ใส่ passion ลงไป บอกตัวเองว่านี่คือโอกาสในการทำสิ่งใหม่ๆ เพื่อให้เกิดความกระตือรือร้น เป็นอีกหนึ่งโอกาสที่จะปลุกไฟในตัวคุณให้พร้อมในการทำงาน เติมไฟในการทำงานให้ตัวคุณอีกครั้ง  คิดเสมว่างานใหม่จะนำชีวิตที่ดีขึ้นมาให้ตุณ

รอบรู้เกี่ยวกับตำแหน่งงานและองค์กร

ศึกษาหาความรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับตำแหน่งงานและองค์กรที่เราสนใจสมัครงาน เพื่อลดความประหม่า ข้อมูลที่คุณควรทราบคือ  ประวัติองค์กร  สินค้าและบริการขององค์กร เป้าหมายด้านรายได้ขององค์กร กลุ่มลูกค้าเป็นใคร ตำแหน่งงานที่คุณอยากทำนั้นสนับสนุนองค์กรให้บรรลุเป้าหมายได้อย่างไร มีฐานเงินเดือนเท่าไหร่สมเหตุผลและความคาดหวังของคุณหรือไม่

ตั้งคำถามว่าหากต้องการเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร ต้องเพิ่มทักษะและ คุณสมบัติอะไรให้ตัวเอง ควรศึกษาไว้แต่เนิ่น ๆ ก่อนเปลี่ยนงาน จะ ส่งเสริมให้คุณมีความโดดเด่นกว่าผู้สมัครงานคนอื่น ๆ

อัพเดทเรซูเม่ให้เป็นปัจจุบัน

ใช้เรซูเม่ที่มีความสดใหม่ มีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันโดยเฉพาะอย่างยิ่ง การระบุความรู้ความสามารถและประสบการณ์ และควรทำเตรียมไว้หลายรูปแบบเพื่อ รองรับกับตำแหน่งงานที่หลากหลาย

ฝึกซ้อมการสัมภาษณ์งานและรู้ทันการสัมภาษณ์งาน นี่ไม่ใช่สนามแรกที่คุณต้องเผชิญ แต่ถ้าคุณร้างลาการสมัครงานมานานต้องปัดฝุ่นกันหน่อย ศึกษาคำถามยอดฮิต คำถามน่าสนใจ พร้อมแนวคำตอบดี ๆ ให้นำมาปรับใช้เข้ากับตัวเองการเตรียมตัวมาดีมีชัยไปกว่าครึ่ง ความมั่นใจตั้งแต่วินาทีแรกที่คุณแสดงออกให้กรรมการสัมภาษณ์งานรู้สึกได้ทำให้คุณมีแต้มต่อแล้ว บุคลิกภาพที่ดี การแนะนำตัวอย่างฉะฉาน ช่วยเพิ่มโอกาสที่จะได้งานมากขึ้น

ฝึกตัวเองให้มีทัศนคติที่ดีต่อสิ่งต่าง ๆ รอบตัว คิดบวกอยู่เสมอ  พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส และมี attitude ที่ดีในการทำงาน องค์กรต้องการคนที่สร้างสรรค์องค์กรมากกว่าคนที่มีทัศนคติในแบบที่ขัดต่อการเกิคความคิดสร้างสรรค์

สิ่งหนึ่งที่ผู้หางานใหม่ต้องเจอคือความผิดหวัง ความท้อใจ คุณต้อง เสริมสร้างกำลังใจให้เต็มเปี่ยมและพร้อมที่จะดึงศักยภาพออกมาแสดงให้ทุกคนเห็น หากวันนี้คุณยังไม่สามารถหางานใหม่ได้ จงตั้งสติและพิจารณาเรียนรู้สิ่งที่เกิดขึ้น ดำเนินชีวิตและหางานต่อไปอย่างมีสติแล้ววันของคุณก็จะมาถึง ขอให้คนหางานทุกคนที่ตั้งใจดีจงประสบความสำเร็จ

Please follow and like us:

รู้เอาไว้ !!! เมื่อเด็กจบใหม่อยากต่อรองเงินเดือนต้องทำยังไง

การต่อรองเงินเดือนเป็นศิลปะอย่างหนึ่งที่ต้องอาศัยประสบการณ์ แล้วถ้าเด็กจบใหม่อยากต่อรองเงินเดือนจะทำยังไงดีให้ไม่ถูกมองว่า เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ   ไม่รู้จักประมาณตัวเอง น่าคิดนะนี่  !!!!   ไม่ใช่ทำไม่ได้แต่ต้องทำอย่างที่จะไม่กระทบต่อความรู้สึกแง่ลบ และเมื่อเด็กจบใหม่อยากต่อรองเงินเดือน ก็ควรนำเอาคำแนะนำนี้ไปใช้

 

สำรวจเงินเดือนของตำแหน่งงานที่เราจะสมัครงาน

หาข้อมูลประกอบโดยการสำรวจเงินเดือนของตำแหน่งงานที่เราจะสมัครงาน   ว่ามีอัตราเงินเดือนอยู่ที่เท่าไร ค่าเฉลี่ยสูงสุดของอัตราเงินเดือนอยู่ที่เท่าไหร่ และเงินเดือนสูงสุด ต่ำสุดอยู่ที่เท่าไหร่ ปัจจัยอะไรที่นำมากำหนดเงินเดือนที่ต่างกันของเด็กจบใหม่ในสายอาชีพเดียวกับที่คุณไปสมัครงาน  เพื่อใช้เป็นข้อมูลไปเปรียบเทียบว่าควรต่อรองเงินเดือนอย่างไรให้เหมาะสม อย่าใช้เพียงความรู้สึกในการเจรจาเพราะไม่มีใครอยากคุยกับเด็กที่คิดเองเออเอง

หยุดคิดสักนิดว่า คุณมีความรู้ความสามารถเหมาะสมกับตำแหน่งที่สมัครงานไปหรือไม่ และมีคามเหมาะสมกับเงินเดือนที่คาดหวังหรือเปล่า แม้คุณเป็นเด็กจบใหม่แต่ถ้ามีประสบการณ์ในการทำงาน โอกาสที่จะต่อรองเงินเดือนได้ก็ยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น

สร้างเรซูเม่ให้น่าสนใจ

นำเสนอตัวเองผ่าน เรซูเม่  เพื่อสร้างความน่าสนใจ  เรซูเม่ เป็นกุญแจดอกแรกที่จะนำพาคุณและนายจ้างให้มาพบกัน  ควรต้องให้ความสำคัญกับเรซู่เม่อย่างมาก โดยเขียนรายละเอียดเกี่ยวกับตัวคุณในทุก ๆ ด้านให้ครอบคลุม ความสามารถในการเรียน การทำกิจกรรม หรือการไปฝึกงานและฝึกประสบการณ์  การเขียนเรซูเม่ที่ดูน่าเชื่อถือ และมีความเป็นมืออาชีพจะช่วยเพิ่มความน้ำหนักในการต่อรองเงินเดือนได้ด้วย เด็กจบใหม่บางคนเตรียมแฟ้มผลงานและนำเสนอผลงานได้ดีกว่าคนทำงานมานานแล้วหลายคนด้วยซ้ำไป นี่เป็นโอกาสที่ดีที่จะเรียกคะแนนของคุณแล้ว

เด็กจบใหม่สมัครงาน

แสงดให้เห็นว่าคุณมีการเตรียมความพร้อมด้วยการพัฒนาทักษะที่พร้อมสำหรับการทำงาน การสร้างความโดดเด่น ให้เข้าตานายจ้างเป็นสิ่งที่เด็กจบใหม่ควรทำ  การมีทักษะที่พร้อมต่อการทำงานมากกว่าคนในรุ่นเดียวกัน จะทำให้การตัดสินใจจ้างงานไม่ใช่เรื่องยาก  จงนำเสนอข้อดีที่เรามี  แสดงออกให้เห็นถึงความมั่นใจว่า เราสามารถทำงานด้วยทักษะที่องค์กรต้องการ

การต่อรองเงินเดือนสำหรับเด็กจบใหม่  แม้ว่าจะเป็นการหางานแรกในชีวิตก็สามารถที่จะทำได้ ลดความประหม่าเมื่อต้องสัมภาษณ์งาน แสดงให้เห็นถึงความพร้อมที่มี ด้วยท่าที่อันสุภาพ และทำตัวเป็นน้ำครึ่งแก้วที่พร้อมรับการเติมเต็ม  เมื่อถึงขั้นตอนของการเจรจาต่อรองเงินเดือน คุณควรใช้เหตุผลแระกอยอย่างชาญฉลาดและมีความจริงใจ การรับฟังข้อมูลจากฝ่ายนายจ้างถึงการกำหนดอัตราเงินเดือนก็เป็นสิ่งหนึ่งที่คุณควรรับฟัง การพูดคุยกันเพื่อหาตรงกลางที่ทั้งสองฝ่ายยอมรับคือสิ่งที่ดี หากคุณยังไม่พอใจกับข้อเสนอของนายจ้างก็จง ปฏิเสธไปอย่างสุภาพ

Please follow and like us: